ผู้เขียน หัวข้อ: ความหมายของเวลาแบบวิทยาศาสตร์ :AO  (อ่าน 10 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ตุลาคม 09, 2018, 04:18:53 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2535
    • ดูรายละเอียด

เวลาในมุมมองของศาสตร์สาขาอื่น

ในพระตำราเก่า (Old Testament) ชื่อ เอคเคลไซแอสเตส (Ecclesiastes) ซึ่งในอดีตกาลมั่นใจว่าเขียนโดยกษัตริย์โซโลมอน (King Solomon-970-928 ปีกลายคริสตกาล) ได้เขียนเกี่ยวกับเวลาไว้ดังต่อไปนี้

พนันบอลออนไลน์

เวลา ถูกคาดหวังไว้สำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกๆอย่างที่อยู่ใต้ฟ้าล้วนเกี่ยวข้องกับเวลาหมด -ในช่วงเวลาที่จะกำเนิด รวมทั้งในช่วงเวลาที่จะตาย ในตอนที่จะปลูก รวมทั้งตอนที่จะขุดรากถอนโคนสิ่งที่ปลูกไป ตอนที่จะฆ่า และก็ในตอนที่จะแก้ไข ในเวลาที่จะทำลาย รวมทั้งตอนที่จะสร้างใหม่ ตอนที่ร้องไห้ แล้วก็ตอนที่หัวเราะ ในตอนที่จะไว้อาลัย และก็ในตอนที่จะเต้นรำอย่างสุขสบาย ในเวลาที่จะปาหิน แล้วก็ตอนที่จะเก็บหิน ในช่วงเวลาที่จะกอด รวมทั้งในขณะที่จะไม่ยอมรับการโอบกอด ตอนที่จะค้นหา และก็ในขณะที่จะหยุดค้น ตอนที่จะเก็บไว้ ในตอนที่จะทิ้งขว้างมันไป ในช่วงเวลาที่จะแยก รวมทั้งในช่วงเวลาที่จะรวม ขณะที่จะเงียบ แล้วก็ในขณะที่จะกล่าว ในตอนที่จะรัก รวมทั้งในเวลาที่จะชิงชัง ในขณะที่จะมีศึก แล้วก็ในเวลาที่จะอยู่อย่างเงียบๆ (สติปัญญาจารย์ 3:1–8)
ราวๆ 500 ปี ก่อนคริสตกาล เฮราคลิตัส (Heraclitus) นักปรัชญาชาวภาษากรีก บอกว่า
ทุกอย่างไหลไปเรื่อยไม่มีสิ่งใดแน่แท้ ทุกสิ่งไหลไปตามทาง ไม่มีสิ่งใดคงเดิม ถ้าหากเจ้าจะก้าวไปในท้องน้ำสองคราวนั้น ไปเอาน้ำ รวมทั้งไปแช่น้ำเล่นนั้น หาทำเป็นไม่ เวลาเป็นเด็กน้อย ซึ่งเขยื้อนทุกอย่างให้ไหลไป ด้วยเหตุนั้น อำนาจของกษัตริย์ก็เป็นเพียงแต่ของเล่นเพียงแค่นั้น
ไอแซก นิวตัน มีความรู้สึกว่าเวลาแล้วก็พื้นที่ (สเปซ) เป็นมิติสำหรับสถานะการณ์ต่างๆตามที่เขาบอกว่า
ความสมบูรณ์ ความเป็นจริง รวมทั้งเวลาทางคณิต โดยตัวมันเองแล้วก็ธรรมชาติของตัวมันนั้น ถ้าเกิดไม่คิดสิ่งอื่นใดด้านนอกเลย มันไหลอย่างสม่ำเสมอ แล้วก็เรียกการไหลนั้นว่า ช่วงเวลา ความเกี่ยวข้อง เรื่องจริงที่มองเห็นได้ เป็นการดูที่ด้านนอกแค่นั้น เป็นคิดว่าช่วงเวลาเคลื่อนได้ เป็นต้นว่า ชั่วโมง วัน เดือน และก็ปี สิ่งกลุ่มนี้มักใช้แทนเวลาอันตามที่เป็นจริง (ปรินสิเปีย แมทเทมาตำหนิกา) 8
ไอน์สไตน์มีความรู้สึกว่า เวลามีความสัมพัทธกับความเร็วแสงสว่าง กล่าวอีกนัยหนึ่ง ถ้าแสงสว่างเดินทางช้าลงก็จะไปดึงเวลาให้เดินเร็วขึ้น เพื่อทดแทนกับความเร็วแสงสว่างที่สูญเสียไป ทำให้แสงสว่างเดินทางด้วยความเร็วคงเดิมอยู่เสมอเวลา โดยเหตุที่ทำให้แสงสว่างเดินทางช้าลงได้แก่ แรงโน้มถ่วงเป็น ในที่ๆเหนื่อยโน้มถ่วงเวลาจะเดินเร็วกว่าในที่ที่มีแรงโน้มถ่วง ซึ่งจากแนวความคิดของไอน์สไตน์ทำให้พบว่า การส่งดาวเทียมขึ้นไปนอกโลกเพื่อรายงานผลกลับมายังแผ่นดินนั้น จำต้องหักค่าความแตกต่างของเวลาออกไป เพื่อข้อมูลที่ส่งมาเป็นข้อมูลที่เป็นจริง
แต่ทว่ากอตฟรีด ไลบ์นิซ รู้สึกว่า เวลากับพื้นที่เป็นเพียงแค่สิ่งสมมุติแค่นั้น ซึ่งพวกเราใช้ชี้แจงความเกี่ยวข้องระหว่างเรื่องต่างๆรอบกายพวกเรา
ในวิชาจิตวิทยา ว่า คนหลายคนมีมุมมองต่อระยะของขณะที่แตกต่าง ดังเช่น เวลาอันนานบางทีอาจมองแสนสั้นอย่างยิ่งสำหรับบางบุคคล แต่ว่าบางทีอาจยืดยาวเสียจนกระทั่งทนไม่ไหวสำหรับคนบางบุคคล เมื่อมนุษย์เราแก่มากขึ้นเรื่อยๆ อาจมองว่าเวลาช่างผ่านไปเร็วอย่างยิ่ง แทนที่จะมีความรู้สึกว่าเวลาผ่านมานานแล้ว แอลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยพูดว่า เมื่อพวกเรานั่งใกล้หญิงที่เค้าหน้าสวยสักชั่วโมง พวกเราก็มีความรู้สึกว่านี่แค่นาทีเดียว ถ้าเกิดพวกเราอังมือใกล้เตาร้อนๆสักนาที พวกเราก็มีความรู้สึกว่านี่มันผ่านมาหนึ่งชั่วโมงแล้ว
สิ่งที่มีปฏิกิริยากับเวลา นั้นไม่เกี่ยวข้องกับเวลารอบๆ แต่ว่าจะมีผลเฉพาะต่อสิ่งนั้นๆสิ่งที่รู้เรื่องได้ในขณะนี้ เป็น ตัวตน สมัครufabet

 และก็ ผลของมัน ถ้าเรือลำหนึ่งที่กำลังเคลื่อนอยู่กึ่งกลางสมุทร ถูกรีบด้วยความเร็ว x2 เสมือนการรีบภาพในวีดีโอ ทั้งคนแล้วก็สัตว์ การเคลื่อนไหว ความนึกคิด ทฤษฏี และก็ ทุกสิ่งในเรือลำนั้น จะไม่รู้จักสึกว่าผิดแปลกไปเลย รวมทั้งเรือลำหนึ่งซึ่งกำลังเคลื่อนอยู่กึ่งกลางสมุทรสิ่งเดียวกัน ถูกทำให้ช้าราวกับการสโลภาพในวีดีโอ ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างนั้นก็ผลจะไม่ต่างกับเรือลำแรกเลย ทั้งๆที่ฐานเวลานั้นต่างกัน ถ้าเกิดเรือสองลำนี้อยู่ในสายน้ำเดียวกันนั้น เวลารอบๆนั้นจะผกผันเกินความที่จะเป็น ฉนั้นแล้ว โดยส่วนมากเรือสองลำที่มีอยู่ก็เลยแยกออกมาจากกันเกือบทั้งหมดอย่างใกล้เคียงต่อไปเรื่อยนั้นเรียกว่า มิติ โดยมากไม่อาจจะอยู่ในสายน้ำเดียวกันได้ , สิ่งที่มีปฏิริยากับเวลาได้ มีอยู่ไม่กี่สถานะ เริ่มจากน้อยไปพบมากมาย เป็น มวล พลังงาน แสงสว่าง และก็ ผลของแสงสว่าง ก็แปลกดีที่ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างจะหวนกลับไปให้สมดุลในระดับหนึ่ง เป็น ผลของแสงสว่างที่เกิดขึ้นมาจากแสงสว่าง สร้างมวล มวลสร้างพลังงาน พลังงานสร้างแสงสว่าง และก็ แสงสว่างสร้างผลของแสงสว่าง ,ผลของแสงสว่างที่ว่านี้แตกต่างจากการที่ต้นไม้โดนแสงเพื่อใช้ประโยชน์ แบบงั้นเรียกคุณประโยชน์จากแสงสว่าง