ผู้เขียน หัวข้อ: ส้มป่อยมีสรรพคุณเเละประโยชน์อย่างน่าทึ่ง  (อ่าน 4 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

พฤษภาคม 26, 2018, 02:56:35 PM
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 28
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

ส้มป่อย
ชื่อสมุนไพร ส้มป่อย
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น  ส้มขอน , ส้มคอน (ไทยใหญ่,แม่ฮ่องสอน) , ส้มพอดี (อีสาน) , ผ่อชิละ ผ่อชิบูทู (กะเหรี่ยง)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Acacia concinna (Willd.) DC.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Acacia rugata (Lam.) Merr., Mimosa concinna (Willd.) DC.
วงศ์ FABACEAE
บ้านเกิด ส้มป่อย เป็นพืชที่เป็นที่รู้จักดันดีในประเทศไทย โดยยิ่งไปกว่านั้นภาคเหนือที่นับว่าส้มป่อยเป็นไม้มงคล โดยมีความคิดว่าหากบ้านใดมีต้นส้มป่อยในบ้าน จะช่วยคุ้มครองเพศภัยแล้วก็เคราะห์ต่างๆให้ปล่อยออกไปจากบ้านดังชื่อของส้มป่อย รวมทั้งฝักของส้มป่อยก็ใช้แช่น้ำเชื่อว่าจะก่อให้เป็นน้ำที่มีความศักดิ์สิทธิ์ใช้ขจัดสิ่งชั่วร้ายต่างๆได้ ซึ่งส้มป่อยนี้เป็นพืชที่มีบ้านเกิดเมืองนอนในเขตร้อนของทวีปเอเชีย เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิเช่น ประเทศไทย , ประเทศพม่า , ลาว , เขมร , มาเลเซีย , และก็ประเทศในเอเชียใต้ ตัวอย่างเช่น ประเทศอินเดีย ศรีลังกา บังคลาเทศ เป็นต้น  ส้มป่อยเป็นไม้ที่มีความคงทนต่อสภาพแห้งแล้งก้าวหน้า พบได้บ่อยขึ้นตามป่าคืนสภาพ ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ ที่ราบเชิงเขา และที่รกร้างว่างเปล่าทั่วๆไป  ในประเทศไทยสามารถเจอได้ทุกภาคของประเทศ
ลักษณะทั่วไป ส้มป่อยจัดเป็นไม้พุ่มรอเลื้อยซึ่งจะ พิงพันต้นไม้อื่นได้ราว สูง 3-6 เมตร เถามีเนื้อแข็ง ผิวเรียบสีน้ำตาล ขนาดใหญ่ มีหนามเล็กแหลมตามลำต้น แขนงแล้วก็ใบ ไม่มีมือเกาะจะเลื้อยพิงพันต้นไม้อื่น เถาอ่อนสีน้ำตาลแดง มีขนผ้ากำมะหยี่หรือขนสั้นครึ้มนุ่ม ใบเป็นใบประกอบแบบขนสองชั้น เรียงสลับ ช่อใบย่อย 5-10 คู่ ใบย่อย 10-35 คู่ ต่อช่อ ใบย่อยรูปขอบขนาน ขนาดเล็ก ออกเรียงตรงกันข้าม ปลายใบมนหรือแหลม ที่ปลายเป็นติ่งหนามแหลมอ่อนโค้ง โคนใบตัด ขอบของใบครึ้มเรียบ แผ่นใบเรียบ ก้านใบยาว 3.6-5.0 เซนติเมตร มีขนสั้นนุ่มแล้วก็หนาแน่น พบก้อนนูนสีน้ำตาลคล้ายต่อม 1 อัน อยู่ที่โคนก้านใบ ศูนย์กลางยาว 6.6-8.5 เซนติเมตร ก้านใบย่อยสั้นมาก ยาว 0.5 มิลลิเมตร หรือน้อยกว่า เกลี้ยง รวมทั้งมีขนนุ่มหนาแน่น ดอกเป็นช่อกระจุกกลม ออกตามซอกใบข้างลำต้น 1-3 ช่อดอกต่อข้อ ขนาด 0.7-1.3 เซนติเมตร มี 35-45 ดอก ก้านช่อดอกยาว 2.5-3.2 มิลลิเมตร มีขนนุ่มหนาแน่น ใบประดับประดาดอก 1 อัน รูปแถบ ยาวไม่เกิน 1 มม. โคนสอบเรียว สีแดง มีขนกระจายทั่วๆไป ดอกขนาดเล็กอัดแน่นอยู่เป็นแกนดอก กลีบดอกไม้เป็นหลอด สีขาวนวล กลีบเลี้ยงและก็กลีบอย่างละ 5 กลีบ กลีบเลี้ยง หลอดกลีบกว้าง 1.0-1.5 มิลลิเมตรยาว 2.5-3.0 เซนติเมตร ปลายแหลม สีแดง อาจมีสีขาวผสมนิดหน่อย กลีบดอก หลอดกลีบกว้าง 1.0-1.5 มิลลิเมตร ยาว 3.5-4.0 มม. มีขนนิดหน่อยที่ปลายกลีบ เกสรเพศผู้ 200-250 อัน ยาว 4-6 มิลลิเมตร เกสรเพศเมีย รังไข่ยาว 1 มิลลิเมตร มี 10-12 ออวุล มีก้านรังไข่ยาว 1 มิลลิเมตร ก้านและก็ยอดเกสรเพศเมียยาว 2.5-3.5 มิลลิเมตร สีขาวอมเหลืองหรือสีเขียวอมเหลือง ผลเป็นฝักรูปขอบขนาน แบนยาว ครึ้ม ขนาด กว้าง 1.3-1.4 เซนติเมตร ยาว 7.0-9.3 เซนติเมตร ฝักอ่อนเปลือกสีเขียวอมแดง เมื่อแก่สีน้ำตาลเข้ม ผิวฝักเป็นลอนคลื่นเป็นข้อ ปลายฝักมีหางแหลม สันฝักครึ้ม ผิวย่นย่อมากมายเมื่อแห้ง ก้านผลยาว 2.8-3.0 ซม. แต่ละผลมี 5-12 เม็ด เมล็ดสีดำ แบนรี ผิวมัน กว้าง 4-5 มิลลิเมตร ยาว 7-8 มิลลิเมตร มีดอกราวเดือนมกราคมถึงพ.ค. ติดผลพ.ค.ถึงต.ค.
การขยายพันธุ์ ส้มป่อยมักจะเจอได้ในป่าเบญจพรรณรวมทั้งป่าดงดิบแล้วรอบๆที่ราบตีนเขาส่วนการขยายพันธุ์  ส้มป่อยนั้นสามารถทำได้ด้วยแนวทางการเพาะเม็ดและการปักชำ แม้กระนั้นแนวทางที่เป็นที่นิยมกันมากมายเป็นการปักชำ โดยตัดกิ่งแก่ให้ยาวโดยประมาณ 50 ซม.มาปักชำในกระถางหรือในบริเวณที่ต้องการจะเพาะชำ ซึ่งในกระถางหรือรอบๆดังกล่าต้องมีความชื้นมาก แล้วก็รดน้ำทุกวี่วันจนกิ่งที่ชำกำเนิดรากแล้วจึงย้ายลงหลุมที่จะปลูกต่อไป สำหรับในการปลูกส้มป่อยนั้นควรจะปลูกไว้ในที่แจ้งหรือที่ๆมีแสงสว่างมากมาย สามารถปลูกได้ในดิน      Malic acid ที่มา : Wikipedia     ทุกชนิดที่มีการระบายน้ำก้าวหน้า เพราะส้มป่อยชอบความชื้นปานกลางถึงน้อยแล้วก็ถูกใจแสงอาทิตย์มากมาย ส่วนการรักษานั้น ส้มป่อยไม่ค่อยมีโรคแล้วก็ศัตรูพืชมาก แต่ควรตัดแต่งกิ่งหรือทำค้างให้ลำต้นของส้มป่อยพันเลื้อยขึ้นไปเพื่อสะดวกสำหรับการเก็บเกี่ยวผลผลิตของส้มป่อย
องค์ประกอบทางเคมี ฝักมีสารซาโปนิน 20.8% ดังเช่น acasinin       Tannin   ที่มา : Wikipedia
A, B, C, D และ E   azepin , tannin , malic  acid , concinnamide, lupeol , machaerinic acid , menthiafolic, sonuside, sitosterol ส่วนคุณค่าทางโภชนาการของส้มป่อยมีดังนี้
คุณประโยชน์ทางโภชนาการ ส้มป่อย 100 กรัม ประกอบด้วย  น้ำ 85.6  กรัม  แคลเซียม 95 มก. ไทอะมีน 0.04 มก. เบต้าแคโรทีน 6568 ไมโครกรัม ไนอะซิน 1.1 มิลลิกรัม วิตามินเอรวม 1095 RE วิตามินซี 6 มก. วิตามินอี 6.7 มิลลิกรัม                                 
ประโยชน์/คุณประโยชน์ ยอดอ่อน และใบอ่อน ของส้มป่อย ใช้กินเป็นผักและก็เครื่องปรุงรส ช่วยทำให้อาหารมีรสเปรี้ยว แล้วก็ช่วยดับกลิ่น คาวปลา ยอดเอามาทำอาหารได้หลายสิ่งหลายอย่าง ดังเช่นว่า machaerinic acid ที่มา : Wikipedia  แกงส้ม ต้มปลา ต้มกะทิปลาเค็ม น้ำของฝักส้มป่อย ใช้ขัดเครื่องเงิน เครื่องทองหยองให้เงางามได้ ฝักแก่แห้งเอามาต้มเอาน้ำใช้สระผมแก้รังแค แก้อาการคันศีรษะ บำรุงเส้นผม ทำให้ผมเปียกชื้นเป็นเงาสวย เป็นยาปลูกผม รวมทั้งคุ้มครองผมหงอกก่อนวัย  ใบส้มป่อยสามารถนำมาสกัดทำเป็นสีย้อมเส้นไหมได้ โดยสีที่ได้คือสีเขียวอ่อน สีเหลืองอ่อน สีน้ำตาลอ่อน หรือสีครีม  ในด้านของความเลื่อมใสส้มป่อยนับว่าเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของชาวล้านนา โดยชาวบ้านจะใช้ฝักในพิธีบูชาทำน้ำมนต์เพื่อสะเดาะเคราะห์ ใช้ในงานมงคล ทำน้ำมนต์รดน้ำดำหัวคนแก่ในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์  หรือใช้รดน้ำพระพุทธรูป  ทั้งยังส้มป่อยยังจัดเป็นพืชที่มีความเป็นสิริมงคลของชาวไทย โดยมั่นใจว่าการปลูกส้มป่อยจะช่วยขับไล่ไสส่งภูตผีปีศาจรวมทั้งเรื่องเลวร้ายไม่ให้มารบกวน ช่วยเสริมหรือคืนอำนาจให้ผู้มีถาคาเวทมนตร์คาถา โดยกำหนดให้ปลูกไว้ทางทิศเหนือ  ส่วนคุณประโยชน์ทางยาของส้มป่อยนั้นมีดังนี้
ใบ แก้โรคตา จ่ายมูกมันในลำไส้ ยาถ่ายเสมหะ ถ่ายตกขาว แก้บิด ขัดล้างเลือดเมนส์ ประคบให้เส้นเอ็นหย่อนยาน ใบใช้ในสูตรยาอบสมุนไพร มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆช่วยชะล้างสิ่งสกปรก เพิ่มความต้านทานโรคให้กับผิวหนัง บำรุงผิวพรรณ แก้หวัด แก้ปวดเมื่อย สูตรยาลูกประคบสมุนไพร ช่วยทำนุบำรุงผิว แก้โรคผิวหนัง ลดระดับความดัน  ใบตำห่อผ้าประคบเส้นให้เส้นอ่อน ใช้ใบอ่อน ต้มเอาน้ำผสมกับน้ำผึ้ง กินเป็นยาขับเยี่ยว ฝัก มีรสเปรี้ยว เป็นยาถ่าย ขับเสมหะ แก้ไอ แก้บิด แก้ไข้จับสั่น ฝักปิ้งให้เหลือง ชงน้ำจิบแก้ไอ ขับเสลด แก้น้ำลายเหนียว เป็นยาถ่ายทำให้อาเจียน แก้ซางในเด็ก ใช้สระผม ทำให้ผมชุ่มชื้นเป็นเงาสวย ไม่มีรังแค ต้มน้ำอาบข้างหลังคลอด ฝักตำพอกหรือชุบสำลีปิดแผลโรคผิวหนัง เปลือกฝัก รสขมเปรี้ยวเผ็ดปร่า เจริญอาหาร กัดเสลด แก้ไอ ต้น รสเปรี้ยวฝาด เป็นยาระบาย แก้โรคตาแดง แก้น้ำตาพิการ  ยอดอ่อน เอามาต้มน้ำ แล้วก็ผสมกับน้ำผึ้งดื่มเป็นยาช่วยขับฉี่ หรือเอามาตำรวมกับขมิ้นอ้อย แล้วใส่น้ำมันพืชนิดหน่อย หมกไฟพอเพียงอุ่น นำไปพอกแก้ฝี ดอก รสเปรี้ยว ฝาด มัน แก้เอ็นที่พิการให้บริบูรณ์ ใบแล้วก็ฝัก ต้มอาบ ทำความสะอาด บำรุงผิว ราก รสขม แก้ไข้
บัญชียาจากสมุนไพร: ที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ดั้งเดิม ตามประกาศ คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา (ฉบับที่ 5)    ปรากฏการกางใบและก็ฝักส้มป่อย ร่วมกับสมุนไพรประเภทอื่นๆในตำรับ เป็นยารักษากลุ่มอาการทางระบบทางเดินอาหาร ตำรับ “ยาถ่ายดีเกลือฝรั่ง” มี ดีเกลือฝรั่ง ยาดำ ใบมะกา ใบมะขาม ใบส้มป่อย ฝักคูน รากขี้กาแดง รากขี้กาขาว รากโคนงแตก ฝักส้มป่อย สมอไทย สมอดีงู เถาวัลย์เปรียง ขี้เหล็ก หัวหอม ต้นหญ้าไทร ใบไผ่ป่า สรรพคุณ แก้อาการท้องผูก ในกรณีที่ใช้ยาอื่นแล้วไม่ได้เรื่อง
รูปแบบ/ขนาดวิธีการใช้   แก้ไอ ด้วยการใช้ฝักนำมาปิ้งให้เหลืองแล้วชงกับน้ำจิบรับประทานเป็นยา หรือจะใช้เปลือกนำมาแช่กับน้ำทำให้ชุ่มคอแก้ไอได้  เมล็ดเอามาคั่วให้ไหม้เกรียมแล้วบดอย่างถี่ถ้วน ใช้เป่าจมูก ทำให้คันจมูกและก็ทำให้จามได้  ยอดอ่อนหรือใบอ่อนนำมาต้มกับน้ำ รวมทั้งผสมกับน้ำผึ้งใช้ดื่มกินเป็นยาช่วยขับฉี่  ยอดอ่อนเอามาตำผสมกับขมิ้นอ้อย แล้วใส่น้ำมันพืชน้อย หมกไฟเพียงพออุ่น แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยนำไปพอกจะช่วยแก้ฝี แก้พิษฝี ทำให้ฝีแตกเร็วหรือยุบไป ส่วนอีกการใช้รากส้มป่อยเอามาฝนใส่น้ำปูนใสทาบริเวณที่เป็นฝี  ใบใช้ตำประคบหรือตำห่อผ้าประคบเส้นช่วยให้เส้นเอ็นอ่อน แก้เส้นเอ็นทุพพลภาพ ขัดยอก  ช่วยทำให้สตรีตั้งท้องคลอดได้ง่าย ด้วยการใช้ฝักส้มป่อยประมาณ 3-7 ข้อ เอามาต้มกับน้ำอาบช่วงเวลาเย็น โดยให้อาบก่อนคลอด 2-3 วัน แต่ห้ามอาบมากเพราะว่าจะก่อให้รู้สึกร้อน
การศึกษาเล่าเรียนทางเภสัชวิทยา

  • ฤทธิ์ต้านเชื้อรา สารสกัดน้ำจากผล ความเข้มข้น 20 มก./มิลลิลิตร มีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อรา Epidermophyton floccosum ในหลอดทดลอง แต่ไม่มีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อรา Trichophyton rubrum รวมทั้ง Microsporum gypseum เหมือนกับสารสกัดอัลกอฮอล์จากผล ความเข้มข้น 100 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ไม่มีฤทธิ์ต้านเชื้อรา T. rubrum, M. gypseum และ E. floccosum
  • ฤทธิ์ต่อต้านเชื้อยีสต์ สารสกัดน้ำ และก็สารสกัดอัลกอฮอล์จากผล ความเข้มข้น 100 และก็ 200 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร เป็นลำดับ และสารสกัดน้ำจากส้มป่อย (ไม่ระบุส่วนที่ใช้แล้วก็ความเข้มข้น) ไม่มีฤทธิ์ต้านทานเชื้อยีสต์ Candida albicans
  • ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย สารสกัดน้ำรวมทั้งสารสกัดอัลกอฮอล์จากผล ความเข้มข้น 100 และก็ 200 มิลลิกรัม/มล. เป็นลำดับ รวมทั้งสารสกัดน้ำจากส้มป่อย (ไม่เจาะจงส่วนที่ใช้แล้วก็ความเข้มข้น) ไม่มีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus
  • เมื่อปี ค.ศ.2006 ที่อินเดีย ได้ทำทดลองสารสกัดจากดอกส้มป่อยกับหนูเพศผู้ โดยการให้สารสกัดในขนาด 50 มิลลิกรัมต่อโล โดยใช้ช่วงเวลาการทดสอบนาน 3 อาทิตย์ ผลของการทดสอบพบว่า ค่าคอเลสเตอรอลในเลือดของหนูทดลองลดลง ไตรกลีเซอไรด์ต่ำลง อย่างเป็นจริงเป็นจังทางสถิติ และก็สารสกัดจากส้มป่อยยังมีผลลดสเปิร์มและก็ endometrial glands ในมดลูก มีการเปลี่ยนในชั้นเซลล์ในมดลูก สรุปว่าสมุนไพรส้มป่อยสามารถใช้เป็นยาคุมได้ด้วย
  • สารสกัดซาโปนินจากเปลือกส้มปอยรวมทั้งสารสกัดเอทานอลรวมทั้งน้ำ ในอัตราส่วน 1:1 มีฤทธิ์ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงแตก โดยค่าดัชนีการทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดงเท่ากับ 1,350
การเรียนรู้ทางพิษวิทยา  หลักฐานความเป็นพิษรวมทั้งการทดลองความเป็นพิษ
          เมื่อให้สารสกัดจากใบและก็ลำต้น (ไม่กำหนดสารสกัดที่ใช้) และสารสกัดเอทานอล:น้ำ (1:1) จากใบรวมทั้งลำต้น ขนาด 10 ก./กก. ทางสายยางให้อาหารหนูถีบจักร ไม่พบพิษ เมื่อฉีดสารสกัดจากใบและลำต้น (ไม่ระบุสารสกัดที่ใช้) ขนาด 10 ก./กิโลกรัม เข้าใต้ผิวหนังหนูถีบจักร ไม่เจอพิษเหมือนกัน รวมทั้งเมื่อฉีดสารสกัดเอทานอล:น้ำ (1:1) จากส่วนเหนือดินเข้าช่องท้องหนูถีบจักร มีค่า LD50เท่ากับ 125 มก./กก.
          ส่วนสกัดซาโปนินจากเปลือก (ไม่เจาะจงความเข้มข้น) แล้วก็สารสกัดเอทานอล:น้ำ (1:1) (ไม่ระบุส่วนที่ใช้) มีฤทธิ์ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงแตก ค่าดรรชนีการทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดงพอๆกับ 1,350
          สาร acacic acid จากเปลือก (ไม่กำหนดความเข้มข้น) มีฤทธิ์ฆ่าสเปิร์ม และส่วนสกัดซาโปนินจากเปลือก ความเข้มข้น 0.004% มีฤทธิ์ฆ่าสเปิร์มในคนผู้ชาย
          สารสกัดเอทานอล:น้ำ (1:1) จากส่วนเหนือดิน ไม่เป็นพิษต่อเซลล์ CA-9KB ขนาดของสารที่เป็นพิษต่อเซลล์ครึ่งหนึ่ง มากยิ่งกว่า 20 มคกรัม/มล. สารสกัดเมทานอล 75% จากผลเป็นพิษต่อเซลล์ Fibrosarcoma HT-1080 ความเข้มข้นของสารที่เป็นพิษต่อเซลล์ครึ่งหนึ่งเท่ากับ 2.1 มคก./มิลลิลิตร โดยมีสารที่ออกฤทธิ์คือ Kinmoonosides A, B และ C มีขนาดของสารที่เป็นพิษต่อเซลล์กึ่งหนึ่งพอๆกับ  4.89,  1.43,  และก็  1.87 มคก./มิลลิลิตร ตามลำดับ  ส่วนสารสกัดเมทานอล  ส่วนสกัดที่ละลายน้ำ  สารสกัดเมทานอล:เอทานอล (1:1) จากผล เป็นพิษต่อเซลล์ Fibrosarcoma HT-1080 อย่างอ่อน ความเข้มข้นของสารที่เป็นพิษต่อเซลล์ครึ่งหนึ่งพอๆกับ 10, 17.9 แล้วก็ 21.5 มคกรัม/มิลลิลิตร เป็นลำดับ สารสกัดคลอโรฟอร์ม สารสกัดอะซีโตน ส่วนสกัดที่ละลายน้ำ สารสกัดเมทานอลและสารสกัดเมทานอล:เอทานอล (1:1) จากผล เป็นพิษต่อเซลล์ CA-Colon-26-L5 อย่างอ่อน
ข้อเสนอแนะ/ข้อควรพิจารณา หากแม้ในปัจจุบันไม่มีข้อมูลในด้านข้อควรปฏิบัติตามสำหรับการใช้ส้มป่อยแม้กระนั้นถึงอย่างนั้นก็ตามส้มป่อยก็ยังเป็นเสมือนสมุนไพรจำพวกอื่นๆที่ต้องมีการระวังในการรับประทานถ้าหากรับประทานเป็นอาหารหรือองค์ประกอบของอาหารคงปลอดภัยแต่อย่างใด แม้กระนั้นถ้าเกิดจะใช้เพื่อคุณประโยชน์ทางยานั้นควรที่จะใช้แม้กระนั้นพอดี ไม่ใช้ในจำนวนที่มากและไม่ควรจะใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลาที่ยาวนานเพราะว่าอาจทำให้เกิดโทษและส่งผลเสียรวมทั้งไม่ดีต่อสุขภาพได้
เอกสารอ้างอิง

  • มงคล โมกขะสมิต กมล สวัสดีมงคล ประยุทธ สาตราวาหะ.  การศึกษาพิษของสมุนไพรไทย.  วารสารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 2514;13:36-66.
  • ส้มป่อย.ฐานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.
  • หนังสือสมุนไพรไทย เล่ม 1.  (ดร.นิจศิริ เรืองรังษี, ธวัชชัย มังคละคุปต์).  “ส้มป่อย (Som Poi)”.  หน้า 282.
  • วันดี อวิรุทธ์นันท์ แม้นสรวง วุฒิอุดมเลิศ.  ฤทธิ์ต้านเชื้อราของพืชสมุนไพร.  วารสารเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล 2536;10(3):87-9.
  • Banerji R, Prakash D, Misra G, et al.  Cardiovascular and hemolytic activity of saponins.  Indian Drugs 1981;18(4):121-4.
  • วไลพร พงวิรุฬห์ วีณา ถือวิเศษสิน วีณา จิรัจฉริยากูล และคณะ.  ดัชนีการทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดงในมาตรฐานสมุนไพรไทย.  โครงการพิเศษ ม.มหิดล, 2531-2532.
  • ส้มป่อย.ฐานข้อมูลเครื่องยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. http://www.disthai.com/
  • หนังสือสมุนไพรสวนสิรีรุกขชาติ.  (คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล).  “ส้มป่อย”.  หน้า 33.
  • Avirutnant W, Pongpan A.  The antimicrobial activity of some Thai flowers and plants.  Mahidol Univ J Pharm Sci 1983;10(3):81-6.
  • ส้มป่อย.สมุนไพรที่มีการใช้ในผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
  • หนังสือสมุนไพรลดไขมันในเลือด 140 ชนิด.  (เภสัชกรหญิง จุไรรัตน์ เกิดดอนแฝก).  “ส้มป่อย”  หน้า 178.
  • Mokkhasmit M, Swatdimongkol K, Satrawaha P.  Study on toxicity of Thai medicinal plants.  Bull Dept Med Sci 1971;12(2/4):36-65.
  • Banerji R, Nigam SK.  Chemistry of Acacia concinna and a Cassia bark.  J Indian Chem Soc 1980;57:1043-4.
  • Ikegami F, Sekine T, Hjima O, Fujii Y, Okonogi S, Murakoshi I.  Anti-dermatophyte activities of “tea seed cake” and “pegu – catechu”.  Thai J Pharm Sci 1993;17(2):57-9.
  • ส้มป่อย.ฐานข้อมูลความปลอดภัยของสมุนไพรที่มีการขึ้นทะเบียนยาแผนโบราณ.สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
  • Tezuka Y, Honda K, Banskota AH, Thet MM, Kadota S.  Kinmoonosides A-C, three new cytotoxic saponins from the fruits of Acacia concinna, a medicinal plant collected in Myanmar.  J Nat Prod 2000;63:1658-64.
  • Banergi R, Srivastava AK, Misra G, Nigam SK, Singh S, Nigam SC, Saxena RC.  Steroid and triterpenoid saponins as spermicidal agents.  Indian Drugs 1979;17(1):6-8.
  • Bhakuni DS, Dhar ML, Dhar MM, Dhawan BN, Gupta B, Srimali RC.  Screening of Indian plants for biological activity. Part III.  Indian J Exp Biol 1971;9:91.