ผู้เขียน หัวข้อ: ไม่รู้ไม่ได้แล้ว..เลือกทีวีลดราคาแบบไหนไม่ให้พลาด!!  (อ่าน 34 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มีนาคม 20, 2018, 03:49:14 PM
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 28
    • ดูรายละเอียด


               ตั้งแต่สิ้นปี2017ที่ผ่านจนถึง ณ ตอนนี้ก็มีสินค้ามากมายหลายอย่างที่ได้จัดโปรโมชั่นลดราคากันนับไม่ถ้วนไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์อินเล็กทรอนิกส์ต่างๆมากมายซึ่งจากที่ได้สังเกตมาสินค้าที่ลดราคาบ่อยที่สุดในช่วงระหว่างสิ้นปีกับต้นปีนั้นก็คือ “ทีวี”  จะเห็นได้ชัดๆเลยว่าบางรุ่นบางยี่ห้อนั้นทีวีลดราคาไปสูงถึง 50-70% เลยก็ว่าได้ แต่...อย่าพึ่งมองกันแค่ราคาอย่างเดียวเราควรที่จะคำนึ่งถึงองค์ประกอบอื่นๆด้วย

1. TV 4K จำเป็นจริงหรือ
                  จะว่าไปแล้วทีวี Ultra HD นั้นดูสวยงามคมชัดจริง แต่ตอนนี้ไม่มีใครที่ไหนออกอากาศในระบบนี้นะครับ ไม่ว่าจะผ่านระบบเคเบิ้ล หรือดาวเทียม จะมีแต่ก็เพียงบางช่องทางที่จำกัดในบางพื้นที่เท่านั้น แม้ว่าเครื่องรับแบบ Ultra HD จะมีการทำการ up-scale เนื้อหาแบบ HD ให้สามารถดูได้ แต่ความคมชัดนั้นจะสู้ 4K ของจริงไม่ได้ แน่นอนว่าเครื่องรับทีวีแบบ 4K นั้นอาจจะกลายเป็นมาตรฐานในอนาคต แต่คิดว่าคงอีกหลายปี ถึงตอนนั้นค่อยมองหาก็ไม่สาย แถมราคาก็ลดลงด้วย

2. ทีวีจอโค้ง ราคาแพงเกิน ไม่สมราคา
             ตัวอย่างที่ชัดเจนอันหนึ่งก็คือหากมุมมองเปลี่ยนจากตรงบริเวณกลางจอเป็นไปบริเวณข้างๆ จะทำให้ภาพผิดเพี้ยไป ตั้งนั้นมุมมองที่ดีที่สุดก็จะเหลือเพียงไม่กี่คนที่อยู่ตรงตำแหน่งกลางจอเท่านั้น คนที่เหลือที่ต้องเบียดอยู่ข้างๆอาจจะได้ภาพที่บิดเบี้ยวไปเลย จอที่เป็นแบบ LED ก็อาจจะไม่สามารถสร้างความสว่างได้สม่ำเสมอได้ตลอดทั้งจอ แถมรายงานทดสอบจากบางหน่วยงานพบว่ามีรายงานผู้ชมทีวีรู้สึกเมื่อยตาเนื่องจากภาพบนจอโค้งอีกด้วย

3.ซื้อ Smart TV น่าจะคุ้มค่ากว่า
             ปัจจุบันทีวีในบ้านเรารุ่นที่เป็น Smart TV มีให้เลือกมากมายหลายรุ่นด้วยกัน การมี Smart TV นั้นนอกจากจะรับชมรายการทั่วไปแล้ว ท่านยังสามารถต่อสาย Lan เพื่อเชื่อมต่อกับ internet ดู Youtube ได้อีกด้วย โดยไม่ต้องพึ่งพาคอมพิวเตอร์อีกต่อไป แถมยังประหยัดช่องต่อสาย HDMI ที่จะเอาไว้ต่อกับเครื่องเล่น Game หรือ Blueray อีกด้วย  ดังนั้นการซื้อทีวีที่สามารถเชื่อมโยงอินเตอร์เน็ตได้ นอกจากจะสะดวกตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว การปรับปรุง software ต่างๆของเครื่องก็สามารถทำได้ง่ายอีกด้วย

4.เลือกที่มี HDMI port ที่มีเพียงพอต่อการใช้งาน
              อาจจะดูเป็นเรื่องที่มองข้ามไปได้ แต่สำหรับคนที่มีทีวีเครื่องหลักในห้องนั่งเล่นไว้ทำโน่นนี่นั่นแล้วละก็ การมีพอร์ท HDMI มากนั้นจะช่วยเพิ่มความสะดวกได้มากไม่ต้องถอดเข้าถอดออกให้วุ่นวาย ผู้ผลิตทีวีเองก็พยายามลดตันทุนด้วยการลดจำนวนพอร์ทลงทำให้เราเองต้องคิดไว้นิดหากต้องการซื้อทีวีจอใหญ่ๆไว้ใช้งาน ทั้งนี้เพราะพอร์ทเหล่านี้บางทีเต็มเร็วมาก บางคนเพิ่ม Sound bar เพื่อให้เสียงที่คมชัด ใส่เครื่องเล่น Blue-ray เครื่องเล่นเกมส์ ก็เท่ากับใช้ไป 3 พอร์ทแล้ว ถ้าคุณเลือกทีวี 4K ก็อย่าลืมตรวจเช็ค HDMI 2.0 ด้วยว่ามีหรือไม่เพื่อให้รองรับเครื่องเล่นแบบ 4K ในอนาคต

5.การรับประกันเพิ่มเติมนั้นไร้ประโยชน์ ไม่ต้องไปซื้อเพิ่ม
                แหล่งรายได้ส่วนใหญ่ของร้านขายสินค้าอิเลคทรอนิคส์ก็คือการขายประกันเพิ่มเติมหรือ extended warranty เนื่องจากว่าน้อยรายนักที่จะส่งเคลมประกันในเรื่องนี้ โดยเฉพาะเครื่องรับทีวีแบบ LCD เพราะชิ้นส่วนส่วนใหญ่ใน HDTV นั้นทนทานมาก แม้แต่จอ LED เองที่ใช้ผลิตภาพสว่างไสวนั้นก็แทบจะตกไม่แตก  ดังนั้นหากเครื่องที่คุณซื้อมาเป็นของไม่ดี คุณก็จะเห็นทันทีหรือภายในเดือนเดียวที่คุณนำมาใช้งานแล้ว ซึ่งนโยบายการคืนสินค้าของร้านทั่วไปก็รองรับอยู่แล้ว ดังนั้นหากคุณจะไปซื้อประกันเพิ่มเติมอีก 2 ปีแล้วละก็คือว่าเป็นความสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ