ผู้เขียน หัวข้อ: ท่องเที่ยว 15 ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า  (อ่าน 2 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กันยายน 11, 2019, 06:44:30 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1374
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

1. ประเทศเปรู (Perú) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
เปรู เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้ มีเมืองหลวงคือ ‘กรุงลิมาง เป็นใจกลางของประเทศ พื้นที่ในประเทศ จำนวนมากเป็นที่ราบสูง โดยมีแนวเขาแอนดิสพิงผ่านขนานกับริมตลิ่งห้วงสมุทรแปซิฟิก ซึ่งแบบพื้นที่ได้เป็น 3 แบบ ตัวอย่างเช่น พื้นที่ชายฝั่งหรือโกสตา (Costa) ทางตะวันตก เป็นที่ราบแคบ รวมทั้งแห้งแล้ง ละเว้นรอบๆช่องเขา ซึ่งมีต้นเหตุมาจากแม่น้ำตามฤดูกาล เขตที่สูง หรือ เซียร์รา (Sierra) เป็นภูมิภาคประเทศบนแนวเขาแอนดีส ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ราบสูงอัลตีปลาโน เขตป่ารกทึบ หรือเซลบา (Selva) เป็นที่ราบกว้างขวาง ปกคลุมด้วยพื้นที่ของป่าดิบเปียกชื้นอเมซอน สถานที่ท่องเที่ยวที่ควรไป ซาก มาจูปิจู (Machu Picchu), จุดสำหรับชมวิว (Huayna Picchu), เขาเรนโบว์ Cerro Colorado Vinicunca
2. ประเทศเอกวาดอร์ (Ecuador) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
เอกวาดอร์ เป็นประเทศหนึ่งในทวีปอเมริกาใต้ Ecuador เป็นภาษาสเปน ตรงกับคำว่า Equator ในภาษาอังกฤษ แสดงว่า เส้นศูนย์สูตร การตั้งชื่อแบบนี้เป็นเนื่องจากประเทศเอกวาดอร์ตั้งอยู่รอบๆเส้นอีเควเตอร์พาดผ่าน ทำให้ทั่วประเทศได้รับแสงแดดสุดกำลังทั้งปี แม้กระนั้นลักษณะอากาศในแต่ละพื้นที่ก็นานับประการ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ พื้นที่เทือกเขา ป่าฝน และชายฝั่งทะเลแปซิฟิก ประเทศเอกวาดอร์เป็นที่รู้จักทางด้านสถานที่เที่ยวเยอะมากๆ แต่ว่าที่มีชื่อเสียงมากที่สุดเป็น ภูเขาไฟโกโตปักซี (Cotopaxi) ภูเขาไฟที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงเพียงแต่ 48 กิโลเมตร บนเทือกเขาแอนดีส ภูเขาไฟโกโตปักซีเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับที่อยู่เยอะที่สุดในโลก และก็ในทุกๆปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนภูเขาไฟแห่งนี้จำนวนมาก เมืองบาโญส (Banos) เป็นอีกโอกาสหนึ่งหนึ่งสำหรับนักเดินทางที่ถูกใจการเดินป่า และชมความสวยงามจของน้ำตก สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าสนใจคือ หมู่เกาะกาลาปาโกส เป็นหมู่เกาะที่เต็มไปด้วยสัตว์มากมายหลายชนิด เป็นหมู่เกาะกึ่งกลางมหาสมุทรแปซิฟิค
3. ประเทศบรูไน (Brunei) : ท่องเที่ยวได้ 14 วัน
ประเทศบรูไน เป็นประเทศเล็กๆแต่มีเศรษฐกิจที่ดีไม่น้อยหน้าไปกว่าประเทศอื่นใดในเอเชีย แหล่งท่องเที่ยวยังคงความอุดมสมบูรณ์ไว้อย่างใหญ่โต เพราะเหตุว่ามีนักท่องเที่ยวมีความสนใจน้อยซะงั้น แต่รับรองได้เลยว่าทุกคนที่ได้ไปถึง เป็นจะต้องได้รับความประทับใจกลับมาแน่นอน สถานที่เที่ยวที่น่าดึงดูด ไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑสถานบรูไน, มัสยิดสุลต่านโอมาร์ อาลี ไซฟุดดิน, ราชสำนักอิสตาทุ่งนา นูรัล อีมาน, สวนเจรูดง, สุเหร่าจาเม อาร์ ฮัสซานัล โบลเกียห์
4. ประเทศปานามา (Panamá) : ท่องเที่ยวได้ 180 วัน
ปานามา เป็นประเทศที่อยู่ตอนใต้สุดของอเมริกากลาง เป็นประเทศที่เป็นตัวอย่างการบรรลุผลของการพัฒนาเศรษฐกิจทีเดียว ปานามาไม่ใช่ประเทศล้าหลังที่เป็นสรวงสวรรค์ของนักฟอกเงิน ตรงกันข้าม ในช่วงเวลานี้กำลังเปลี่ยนเป็นศูนย์กลางทางด้านการเงินของละตินอเมริกา มีสถาบันการเงินระดับใหญ่ เป็นต้นทางการขนส่งตู้ผลิตภัณฑ์ เพราะว่าเป็นทางขนส่งทางที่มีความสำคัญในการรบของทวีปอเมริกา สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาด คลองปานามา, เมือง Panaviera at Ocean Sun Casino, โบสถ์แล้วก็วิหาร Iglesia del Carmen, น้ำตก El Chorro Macho, พิพิธภัณฑ์ BioMuseo
5. ประเทศอาร์เจนตินา (Argentina) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
อาร์เจนติเตียนน่า ประเทศขนาดใหญ่ในอเมริกาใต้ที่นี้ มีน้ำตกที่เลื่องลือสุดหรู เทือกเขาแอนดีสอันยิ่งใหญ่ ไวน์ การเต้นระบำแทงหรูหรา และเมืองหลวงบัวโนส ไอเรสที่น่าระทึกใจ นับว่าเป็นสวรรค์สำหรับผู้เดินทาง จะได้สัมผัสตั้งแต่เมืองหลวงที่มีมนต์เสน่ห์ ไปจนกระทั่งเมืองอาณานิคมอันเงียบสงบ ประเทศที่ใหญ่เป็นชั้นสองในอเมริกาใต้ที่นี้มีทิวทัศน์ธรรมชาติที่หลากหลาย ด้วยทำเลที่ตั้งที่กว้างใหญ่ไพศาลทำให้ลักษณะอากาศต่างๆนาๆ ตั้งแต่หิมะ ธารน้ำแข็ง ภูเขาสูง ทุ่งหญ้าอบอุ่น ไร่องุ่น แคนยอน ทะเลทราย จนกระทั่งป่าดิบชื้น สถานที่สำหรับท่องเที่ยวที่เสนอแนะว่าไม่สมควรพลาดเป็น น้ำตกอีกวาซู, The BigBen of Argentina, สีสันบ้านช่องบริเวณ La Boca, El Tren a Las Nubes (รถไฟไปยังก้อนเมฆ), เยี่ยมชมโรงกลั่นเหล้าไวน์, เทือกเขา Hornocal (เนินเขาเจ็ดสี)
6. ประเทศชิลี (Republic of Chile) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
ประเทศชิลี เป็นประเทศลาตินอเมริกา มีเนื้อที่ติดชายฝั่งทะเลยาวระหว่างเทือกเขาแอนดีสกับห้วงสมุทรแปซิฟิค มีเขตแดนถึงประเทศอาร์เจนตินาทางทิศตะวันออก ถึงแม้ว่าชิลีจะเป็นประเทศที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่นัก แต่ว่าเรื่องความยาวประเทศนี้ขาดลอยประเทศอื่นๆในโลก เนื่องจากเป็นเจ้าของสถิติประเทศที่ยาวที่สุดกว่า 4,300 กม. แม้กระนั้นกว้างแค่เพียง 180 กม.แค่นั้น จุดเด่นของชิลีนั้นอยู่ตรงที่ความหลากหลายของภูมิประเทศ ที่มีตั้งแม้กระนั้นทะเลทรายที่จัดได้ว่าแห้งแล้งที่สุด ไปจนถึงธารน้ำแข็ง แล้วก็ฟยอร์ด นอกจากนั้นยังมีภูเขาไฟรายล้อมอีกหลายที่ สมกับเป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนวงแหวนที่ไฟ หรือ “ring of fire” ซึ่งเป็นเขตรอยต่อของแผ่นเปลือกโลก ที่จะนำมาซึ่งแผ่นดินไหวอยู่บ่อยมาก แต่ว่าที่นี่ก็ยังคงล่อใจนักท่องเที่ยวอยู่ไม่ขาดระยะ เนื่องจากข้างหน้าเป็นทะเลสาบและด้านหลังเป็นภูเขาไฟ ทำให้พื้นที่นี้มีความสวยรวมทั้งผิดตา
7. ประเทศเซเชลส์ (Seychelles) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
เซเชลส์ รู้จักกันในนาม Paradise on Earth หรือ สวรรค์บนดินในกลุ่มนักท่องเที่ยว หมู่เกาะเซเชลส์เป็นหมู่เกาะที่ตั้งอยู่รอบๆทวีปแอฟริกา มีหมู่เกาะเรียงรายกว่า 115 เกาะ ห่างจากริมฝั่งแอฟริกาทางทิศตะวันออก 1,600 กิโลเมตร ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมาตุเรศกัสการ์ ผู้ที่นี่จะใช้ภาษาอังกฤษรวมทั้งภาษาประเทศฝรั่งเศสได้คล่องแคล่วเนื่องด้วยเคยถูกดูแลจากสองประเทศนี้ อากาศจะอบอุ่นตลอดทั้งปี ตอนไฮฤดูกาลจะเป็นช่วง เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมาจากอเมริการวมทั้งยุโรปเป็นส่วนมาก ที่สำคัญเกาะนี้เคยเป็นที่ฮันนีมูนของเจ้าชายวิลเลียมและก็เคทด้วย ตรงนี้ก็มีชายหาดสวยๆหลายชายหาดร่วมกัน แต่ที่เสนอแนะคือหาด Anse Lazio
8. ประเทศดูโกเลีย (Mongolia) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
ดูโกเลีย ดินแดนแห่งธรรมชาติ เทือกเขา ป่าไม้ และท้องทุ่งที่อุดมสมบูรณ์ นอกเหนือจากมีความสะดุดตาทางด้านธรรมชาติแล้ว สิ่งที่เป็นเสน่ห์ของมองโกเลียอีกอย่างก็คือ ศิลปวัฒนธรรมแล้วก็ผู้คนซึ่งมีเอกลักษณ์แตกต่างจากที่อื่นๆผู้คนแคว้นยังคงดำรงชีวิตแบบเรียบง่าย จึงไม่ประหลาดใจที่ดินดินแดนที่นี้จะเป็นจุดมุ่งหมายของนักเที่ยวจากทั่วโลก มาถึงตรงนี้ทั้งทีจะต้องมาเยี่ยมทะเลทรายโกบี, แนวเขาอัลไต, ทุ่งหญ้า Dornod Aimag, จัตุรัสซัคบาทาร์ (Sukhbaatar Square) และก็บ้านพักสไตล์เกอร์
9. ประเทศรัสเซีย (Russia) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
รัสเซีย ท่องเที่ยวดินแดนหมีขาว ที่ผสมระหว่างวัฒนธรรมยุโรปและเอเชียไว้ร่วมกัน ออกมาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลของศิลปะรัสเซีย สถานที่ท่องเที่ยวที่เสนอแนะคือ มอสโกเครมลิน (Moscow Kremlin) เขตมรดกโลก, วิหารเซนต์บาซิล (St. Basil’s Cathedral) โดมทรงหัวหอม 9 โดมและก็โบสถ์หลังคาสูงยอดแหลม, จตุรัสแดง (Red Square), หลุมฝังศพเลนิน (Lenin Mausoleum), พิพิธภัณฑสถานเฮอร์มิเทจ(Hermitage Museum) ที่ดั้งเดิมที่สุดแห่งหนึ่งของโลก, วิหารเซนต์ไอแซค (Saint Isaac’s Cathedral) โบสถ์เก่าแก่ที่มีหลังคารูปโดมใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก
10. ประเทศวานูอาตู (Vanuatu) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
วานูอาตู เป็นประเทศหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในห้วงสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ อยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออกของออสเตรเลียราว 1,200 กิโลเมตร ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่ราว 82 เกาะ ในจำนวนนี้มีเกาะราว 65 เกาะที่ไร้คนอาศัยอยู่ แล้วก็ภาวะของเกาะส่วนใหญ่จะเป็นภูเขาสูง เพราะเคยเป็นภูเขาไฟมาก่อน รวมทั้งยังมีภูเขาไฟใต้น้ำตั้งอยู่ทั่วทุกภูมิภาคอีกด้วย เศรษฐกิจนั้นส่วนใหญ่ของวานูอาตูจะอิงกับเศรษฐกิจแบบดำรงชีพ หรือเกษตรกรรมขนาดเล็ก อาชีพที่สำคัญเป็นการประมงชายฝั่ง มีเล็กน้อยที่ทำการท่องเที่ยว แต่คนใดกันแน่จะทราบล่ะว่าส่งผลตรวจออกมาว่า ตรงนี้เป็นประเทศที่เป็นสุขที่สุดในโลก
11. ประเทศตุรกี (Turkey) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
ตุรกี เป็นประเทศที่สวยด้วยมรดกโลกและก็สิ่งอัศจรรย์ของโลก แล้วก็ร่องรอยแห่งอารยธรรมโบราณอันยิ่งใหญ่ ผู้คนเป็นมิตร อาหารอร่อย รวมทั้งราคาไม่แพงอย่างที่คิด ประเทศตุรกีเป็นนครที่อุดมไปด้วยเรื่องราวที่ตำนานและประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการทำศึกเมืองทรอย และม้าไม้อันลือลั่น อิสตันบูล สถานที่เที่ยวมากที่ห้ามพลาด ไม่ว่าจะเป็น วิหารเซนต์โซเฟีย, วิหารอะโครโปลิส เมืองเพอร์กามุม, พิพิธภัณฑ์ที่โล่งแจ้งเกอเรเม่ เมืองคัปขว้างโดเจีย, นครใต้ดินไคมัคลึ, พระราชวังปุยฝ้าย เมืองขว้างมุกคาเล่
12. ประเทศหน้าจอร์เจีย (Georgia) : ท่องเที่ยวได้ 365 วัน
จอร์เจีย เป็นประเทศที่ไม่ใหญ่มาก ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซีย อุดมไปด้วยธรรมชาติอันสวยสดงดงาม โดยสิ่งที่สะดุดตาของหน้าจอร์เจียเป็นประเทศส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนเทือกเขาคอเคซัส ซึ่งเป็นแนวเขาที่มีความสวยงามระดับโลก นักปีนเขา หนักกิจกรรมสโนว์ชอบเดินทางไปประเทศหน้าจอร์เจียเพื่อท่องเที่ยวทั้งในหน้าหนาวแล้วก็ในช่วงฤดูใบไม้บาน หน้าจอร์เจีย มีชื่อเสียงของคนยุโรปมานานแล้ว แต่พึ่งจะเป็นที่รู้จักผ่านหูผ่านตาคนไทยเมื่อเร็วๆนี้ ที่ประเทศนี้ให้ทราบไว้เลยว่าองุ่นรวมทั้งเหล้าองุ่นนั้นนับว่าเป็นชีวิต เป็นจิตวิญญาณ และก็เป็นศาสนา เหล้าองุ่นใช้ในพิธีกรรมทุกๆอย่างในโบสถ์มาตั้งแต่ยุคก่อนศาสนาคริสต์ ลวดลายสัญลักษณ์หน้าโบสถ์หรือสถานที่สำคัญมักเป็นลายเถาองุ่น ทุกบ้านในจอร์เจียจะปลูกองุ่นที่ซุ้มประตูหน้าบ้าน เป็นสัญลักษณ์ เป็นร่มเงา เป็นวัฒนธรรม คนภายในหน้าจอร์เจียยืนยันว่าถ้าไม่มีองุ่นคนจอร์เจียก็คงอยู่มิได้
13. ประเทศมัลดีฟส์ (Maldives) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
มัลดีฟส์ มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐมัลดีฟส์ แต่ว่าคนสามัญจะนิยมเรียกว่า หมู่เกาะมัลดีฟ กันเสียมากกว่า ซึ่งตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย มีเขตแดนอยู่ทางทิศตะวันตกของอินเดียและก็ประเทศศรีลังกา ลักษณะตำแหน่งที่ตั้งนั้นเป็นลักษณะหมู่เกาะ ที่ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่ที่วางตัวต่อเนื่องกันในแนวเหนือจรดใต้ นำไปสู่ลักษณะทำเลที่ตั้งที่มีความงดงามและก็เอื้อต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มีหมู่เกาะถึง 1,990 เกาะอย่างยิ่งจริงๆ แต่มีเกาะที่มีผู้คนอาศัยอยู่เพียงไม่ถึง 250 เกาะเท่านั้น และในหมู่เกาะต่างๆกว่า 100 เกาะมีการพัฒนาแล้วก็สร้างให้เป็นสถานที่เที่ยวและอพาร์เม้นท์เพื่อรองรับนักเดินทาง
14. ประเทศพม่า (Myanmar) : ท่องเที่ยวได้ 14 วัน
ประเทศพม่า หรือ ภรรยานมา เป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าท่องเที่ยวมากมาย ถือได้ว่าเป็นมุกเม็ดงามของทวีปเอเชียที่พึ่งเผยโฉมให้เรามองเห็นความงดงามกัน ซึ่งประเทศนี้ก็ได้หลบซ่อนความสวยเอาไว้มากมาย ทั้งสถาปัตยกรรม อาราม ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตของมนุษย์ที่เรียบง่าย โดยเฉพาะธรรมชาติที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ มีชายเขาและก็ทะเลที่งามไม่แพ้ที่ไหนในโลก สถานที่เที่ยวที่น่าดึงดูด ดังเช่น พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง, พระบรมธาตุอินทร์ห้อย, ทะเลสาบอินเล, พระมหามัยมุนี, เจดีย์กุโสดอว์, เมืองประเทศพม่า, หาดงาปาลี, ภูเขาโปปา, เมืองพินอูลวิน, หาดฮเวซวง ซึ่งเมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวชมก็คือ เมืองปิ้งกุ้ง, เมืองมัณฑะเลย์, เมืองพม่า, เมือง Thandwe เมืองยะไข่ นั่นเอง เชื่อเถอะว่าคนใดได้เห็นภาพความสวยงามของประเทศนี้เป็นต้องถูกใจ
15. ประเทศกาตาร์ (Qatar) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
กาตาร์ รัฐเล็กๆทางแหลมอาระเบียออกไปในอ่าวเปอร์เซีย พื้นที่ประเทศมีรูปร่างเหมือนไข่มุก ก็เลยถูกเรียกชื่อว่า “ไข่มุกที่เปอร์เซีย” เป็นประเทศที่ชาวยุโรปและชาวฟิลิปปินส์โดยมากพึงพอใจมาดำเนินการ เนื่องจากได้เงินเดือนดีมาก มีทรัพยากรน้ำมันรวมทั้งปิโตรเลียมหลบซ่อนอยู่อย่างมากมาย จึงถูกจัดอับดับว่าเป็นเลิศในประเทศที่มั่งคั่งที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ เศรษฐกิจของกาตาร์ขึ้นกับภาคพลังงานเป็นหลัก ทั้งยังเป็นประเทศที่มีแหล่งก๊าซธรรมชาติสำรองใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากรัสเซียและก็ประเทศอิหร่านอีกด้วย ลักษณะทำเลที่ตั้งส่วนมากจะเป็นทะเลทราย ก็เลยมีความแห้งแล้ง รวมทั้งบางทีอาจเกิดพายุทรายได้ตลอดปี โดยเฉพาะตอนเมษายน-เดือนมิถุนายน (อุณหภูมิมากถึง 50 องศา) ไทยส่งออกสินค้าไปยังกาตาร์ปริมาณไม
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : http://sunshinesolar.org

Tags : sunshinesolar,sunshinesolar.org,http://sunshinesolar.org