ผู้เขียน หัวข้อ: เมืองซามาร์คันด์ ประเทศอุซเบกิสถาน (Samarkand, Uzbekistan)  (อ่าน 17 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 14, 2019, 03:31:18 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8633
    • ดูรายละเอียด

ซามาร์คันด์ เมืองแห่งสถาปัตยกรรมอิสลาม ที่ซึ่งมีโบราณสถานล้นหลามบนถนนหนทาง Silk Road ที่ทอดยาวออกไป และยังเป็นที่ตั้งของสุเหร่าหลายแห่งที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางใจเมือง ซึ่งถูกตกแต่งอย่างงดงามด้วยโมเสกรวมทั้งกระเบื้องคุณภาพดี ยืนยันว่าหาดูในที่อื่นๆมิได้เลย

เมือง “ซามาร์คันด์” แห่งอุซเบกิสถาน มรดกอิสลามรวมทั้งไข่มุกตะวันออกที่บรรจบบนเส้นทางสายไหม

เมื่อ อิบนุ บัตตูตะห์ (Ibn Battuta) นักท่องเที่ยวชาวมุสลิมผู้มีชื่อเสียง ได้มาเยือนสถานที่อันน่าอัศจรรย์ที่นี้ในปี ค.ศ.1330 เขาได้ชี้แจงไว้ว่า “หนึ่งในเมืองที่ยิ่งใหญ่รวมทั้งสวยที่สุด เพอร์เฟ็คที่สุดในด้านความสวยสดงดงาม” มัสยิด พระราชสำนัก สวนหย่อม และสถาปัตยกรรม อาจจะเป็นผลให้ผู้ได้มองเห็นระลึกถึงเรื่องราวในนิทานพันหนึ่งราตรี (Thousand and One Nights) และตำนานของราชินีเปอร์เซีย “ชาห์ราซาด” ผู้เล่านิทาน

มุกแห่งตะวันออกที่มีประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่
“ซามาร์คันด์” (Samarkand) เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของอุซเบกิสถาน รองจาก“กรุงทาชเคนต์” (Tashkent) ด้วยประวัติศาสตร์ที่นานกว่า 2,750 ปี “ซามาร์คันด์” ถือเป็นเมืองโบราณที่สุดแห่งหนึ่งของโลก กาลครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของรัฐซอกเดียน่า (Sogdiana) อันเกรียงไกร ซึ่งเป็นอารยธรรมโบราณแล้วก็เป็นรัฐที่สำคัญที่สุดของจักรวรรดิอิหร่านแรก ล้อมรอบด้วยเทือกเขา ทะเลทราย รวมทั้งท้องทุ่ง ซอกเดียน่าเคยเป็นเมืองร่ำรวยมหาศาลแล้วก็พื้นที่อุดมสมบูรณ์ด้วยการชลประทาน

เนื่องมาจากสถานที่อยู่บนทางสายไหม “ซามาร์คันด์” ก็เลยแปลงเป็นเมืองที่รุ่งโรจน์สูงที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียกลางมานานหลายศตวรรษก่อนแล้วก็หลังการเป็นผู้พิชิตของอาหรับ-อิสลาม

กิจการค้าระหว่างประเทศมีความหมายอย่างยิ่งสำหรับเมืองนี้ ซามาร์คันด์เติบโตขึ้นมาในฐานะศูนย์กลางกิจการค้าที่สำคัญที่สุดในเอเชียกึ่งกลาง พ่อค้าจากอาณาจักรต่างๆได้พบปะสนทนา ค้าขาย เปลี่ยนความคิดเห็นกันในซามาร์คันด์

329 ก่อนคริสต์ศักราช “อเล็กซานเดอร์มหาราช” มีชัยชนะเหนืออัญมณีตะวันออกที่นี้ และก็เขาได้กล่าวว่า “ทั้งปวงที่ข้าฯ ได้ยินเกี่ยวกับความงดงามของเมืองนี้เป็นความจริง แต่ว่าตามความเป็นจริงมันงดงามมากกว่านัก”

ในศตวรรษที่ 8 “ซามาร์คันด์” ถูกพิชิตโดยชาวอาหรับและชาวอิสลาม ในสมัยวงศ์สกุลอุมัยยะห์ (Umayyad) ซามาร์คันด์รุ่งโรจน์ในฐานะศูนย์กลางการค้าขายของทางระหว่างแบกแดดรวมทั้งจีน ในสมัยวงศ์สกุลอับบาซิยะห์ (Abbasids) ซามาร์คันด์เปลี่ยนเป็นเมืองหลวงของทวีปเอเชียกึ่งกลางและก็แปลงเป็นศูนย์กลางสำคัญของอารยธรรมอิสลาม

ที่นี่ ใกล้กับซามาร์คันด์ นักศาสนศาสตร์ผู้มีอิทธิพล ผู้แต่งหนังสือเก็บรวบรวมฮะดีษ (วจีศาสดามูฮัมหมัด) ที่สำคัญ ที่ชื่อ “อิหม่ามบุคอรี” (Imam al-Bukhari) ถูกฝังอยู่

ภายใต้ราชวงศ์ “ซามานิด” ที่วัวราซาน (Samanid Dynasty of Khorasan ปี 874-999) รวมทั้งภายใต้รัชสมัยของเซลจุก (Seljuks) และก็ “ชาห์” (shahs : เป็นชาห์เป็นชื่อเรียกจักรพรรดิในเปอร์เซีย) ที่วงศ์สกุลควาเรซม์ (Khwarazm) ซามาร์คันด์ยังคงเจริญรวมทั้งเจริญก้าวหน้า

ขณะที่มืดมนที่สุดในประวัติศาสตร์ของซามาร์คันด์ มีเหตุที่เกิดจากการรุกรานของมองโกลซึ่งนำโดยเจงกีสข่านในปี 1220

ซามาร์คันด์ เมืองหลวงที่จักรวรรดิตีมูร์
หลังผ่านช่วงแห่งความมืด ซามาร์คันด์ฟื้นขึ้นมาอีกรอบในศตวรรษที่ 14 เมื่อตีมูร์ (Timur ฝรั่งเรียก Tamerlane) ได้ตั้งและก็เป็นผู้ปกครองอาณาจักรตีมูร์ (Timurid Empire) ซามาร์คันด์กลายเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรใหม่ แล้วก็ภายใต้การปกครองของเขาได้ทำให้ซามาร์คันด์เปลี่ยนเป็นเมืองที่งดงามสุดขีดและก็เติบโตขึ้นเป็นเมืองที่เจริญก้าวหน้ามากที่สุด

เขาได้ปรับปรุงแก้ไขเมือง แล้วก็ชักชวนนักแสดง คนเขียนแบบ และก็ช่างฝีมือจากทั่วอาณาจักรของเขาไปอาศัยอยู่ในซามาร์คันด์ ตีมูร์เป็นคนไร้ความปรานีต่อศัตรู แต่อีกด้านหนึ่งเขามีเมตตาต่อคนที่มีความรู้ความเข้าใจพิเศษทางศิลป์ พวกเขาได้รับคำสั่งให้สร้างซามาร์คันด์เป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่แล้วก็อัศจรรย์ที่สุด ซึ่งได้ทำให้มันกลายเป็นอัญมณีของทวีปเอเชียกึ่งกลางแล้วก็โลก

สถานที่น่าประทับใจที่สุดในซามาร์คันด์เป็น “จตุรัสเรจิสถาน” (Registan Square) ซึ่งหมายถึง “สถานที่ที่มีทราย” จตุรัสเรจิสถานที่เป็นสี่เหลี่ยมด้านเท่าสาธารณะขนาดใหญ่ที่โอบล้อมไปด้วย 3 กรุ๊ปสิ่งปลูกสร้าง ดังเช่นว่า ศาสนาสถานที่จากบรรดาสุเหร่ามากมายก่ายกอง, คาน (Khan เป็นที่พักค้างสำหรับคาราวาน) และก็ผูกรอซะห์ (madrasa สถานที่เรียนสอนศาสนา) จตุรัสเรจิสถานถูกซ่อมหลายคราระหว่างปี 1370-1500 โดยวงศ์สกุลตีมูร์

ภายหลังจากการเสียชีวิตของตีมูร์ จักรวรรดิตีมูร์ได้อ่อนแอลงอย่างเร็วรวมทั้งสูญหายไปอย่างสิ้นเชิงในช่วงปลายศตวรรษที่ 15 ซามาร์คันด์ถูกดูแลโดยชาวอุซเบกในอีกสี่ศตวรรษถัดมา รวมทั้งเมืองนี้ได้เปลี่ยนเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของแคว้นบุคอคอย (Bukhara) และตกไปอยู่ในมือของกองกำลังรัสเซียในปี 1868

ปี 1925 ซามาร์คันด์กลายเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐสังคมนิยมรัสเซียอุซเบกิสถาน แต่ในปี 1930 ถูกแทนที่ด้วยกรุงทาชเคนต์

ซามาร์คันด์ เมืองแห่งสีฟ้าที่มีประตูใหญ่มหึมา พระราชวังอันงดงาม โดมเทอร์คอยส์รวมทั้งกระเบื้องสีฟ้า ถ้าหากคุณได้ไปเยี่ยมก็จงเตรียมการในการเดินทางข้ามเวลาคุณจะกระโดดลงไปในเรื่องราวของนิทานพันหนึ่งวิกาล รวมทั้งไปสู่มรดกทางวัฒนธรรมของโลก

ซามาร์คันด์ คือเมืองที่สามารถเรียกได้เลยว่าเป็น “มรดกอิสลามและก็ความสวยสดงดงามทิศตะวันออกที่มาบรรจบกันบนทางสายไหม” อย่างแท้จริง
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : internetmarketingsupport

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : http://internetmarketingsupport.net/

Tags : http://internetmarketingsupport.net/,internetmarketingsupport.net,internetmarketingsupport