ผู้เขียน หัวข้อ: นิทานพื้นบ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรื่องพญาคันคาก  (อ่าน 18 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 06, 2019, 12:08:20 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 25758
    • ดูรายละเอียด

นิทานเรื่องพญาคันคาก เป็นนิทานพื้นบ้านภาคอีสานรวมทั้งเป็นตำนานบั้งไฟพญานาค คำว่า “คันคาก” เป็นคำลาวภาคอีสานรวมทั้งสองฝั่งโขง ตรงกับคำไทยแถบที่ลุ่มเจ้าพระยาภาคกลางว่า “คางคก” มีคำกล่าวดั้งเดิมตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ จารบนใบลานเป็นอักษรไทยน้อย เรื่องพญาคันค้างมือบกัถนเพื่อขอน้ำฝนให้ตกต้องตามฤดู มีความแปลกประหลาดสนุกแตกต่างกันตามแต่ละแคว้น …แต่ว่าเนื้อหารายละเอียดสำคัญตรงกัน
 
 คันคากเป็นราชา
 พญา คันคาก เป็นราชาครองบ้านครองเมืองชมพู บรรดาบ้านเมืองบริวารใหญ่น้อย พร้อมใจกันบังคมก้มให้พญาคันคากถ้วนทั่วทุกหัวระแ หง จนถึงลืมส่งสการไหว้สาฟ้าแถนเหมือนแต่ก่อน …ผีฟ้า “พญาแถน” ยิ่งใหญ่อยู่เมืองแมนแดนสรวงสวรรค์ ครั้นเมื่อฝูงคนทั้งหลายไปซื่อสัตย์ภักดีต่อ พญาคันคากหมดสิ้น ผีฟ้าพญาแถนเลยโกรธ ก็ไม่ส่งน้ำฟ้าน้ำฝนร่วงลงมาให้ประเทศชาติแผ่นดินใหญ่น้อยจนกระทั่งเกิดความแล้งทุกแห่งทุกหนรุนแรง
 
 พญาคันคากมองเห็นความตรากตรำของไพร่บ้านประชาชน ก็ลอดลงไปเมืองบาดาลนาค แล้วถามไถ่ความหมายว่าเพราะอะไรถึงเกิดภัยแล้ งแห้งน้ำมานานปี …พญานาคจอมบาดาล จึงบอกเหตุว่าด้วยเหตุว่าผีฟ้าพญาแถนไม่ให้นาคทั้งหลายขึ้นไปเล่นน้ำบนสวรรค์เหมือนแต่ก่อน น้ำเลยไม่แตก ฉานซ่านกระเด็นกระเด็นกระดอนเป็นฝนฝอยตกลงมาเลี้ยงโลกมนุษย์ เมืองชมพูและบริวารเลยอนาถาแสนแห้งแล้ง ด้วยแถนฟ้าเคืองรำคาญผู้คนที่ไม่บัตรพลีดีไหว้ มัวแต่ไปบังคมพญาคันคากนั้นแล…พญาคันคากรู้ความตามจริงก็ยิ่งโกรธพิโรธนัก สั่งให้พญานาคผู้เป็นเมืองบริวารทำทางถนนหนทางจากเมืองชมพูขึ้นไปเมืองแถนดินแดนสวรรค์
 
 คางคกยกรบ
 พญานาคพร้อมนาคบริวาร พากันแผ่แม่เบี้ยพวนขนดแล้วขดขนขุนเทือกเขาทุกเขตแว่นแคว้นแดนมนุษย์เอามาต่อเข้าด้วยกัน บรรดาปล วกระดมขนดินมาถมพอกเทือกเขา ให้เป็นทางถนนหนทางด้นดั้นถึงเมืองแถนในทันทีทันใด …ฝูงพญานาคครุฑยุดพญานาคมาพร้อม อีกทั้งฝูงต่อ ฝูงแตน รวมทั้งมิ้ม ผึ้ง มอด มด ทั้งหมดทั้งปวงทั้งหมดมาพร้อมเพรียงกันด้วยสรรพสัตว์สารพัน เสือราชสีห์ กระทิง แรด ในปถพี เมื่อสารพัดสัตว์มาชุมนุมสามัคคีพร้อมแล้ว พญาคันคากก็สั่งให้เดินขบวน ล้วนไพร่พลโยธีไปตามทางถนนทีเหาะเดินเป็นหมวดหมู่แถวแนว ตรงแน่วขึ้นไปเมืองแถนแดนสรวงสวรรค์ชั้นฟ้าพู้นแล
 
 พญานาคกับพญาแถนต่อสู้กันสนั่นหวั่นไหวเหมือนเสียงฟ้าลั่น จนตราบเท่าพญาแถนยกมือขึ้นบังคมพนมไหว้ยอมแพ้ ขอเป็นเมืองส่วยสุจริตแต่งน้ำฟ้า หาฝนตกลงเมืองมนุษย์ทุกปี แล้วร้องชวนพญาคันคากเข้าเมืองแถน
 
 คันคากอบรมแถน
 ในคุ้มหลวงเมืองแถน บรรดาบริวารพญาแถนอีกทั้งลูก ภรรยาแล้วก็นางท้าว ร้องขอต่อพญาคันคากที่นั่งเมืองแถนว่า อย่าพิฆาตฟาดฟัน บั่นเกล้าชาวแถนเลย จะยอมเป็นเราช่วงใช้ไปนิรันดร
 
 พญาคันคากมีใจเมตตา แล้วพูดจาว่าขานอบรมพญาแถนให้ประพฤติธรรม ต้องเอาใจใส่ดูแลทั้งชาวแถนและชาวมนุษ ย์จนสุดใจดินใจฟ้า ด้วยโลกนี้มีทั้ง ดิน ต้นหญ้าและฟ้าแถน จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยกันมั่นคงถึงจะยังอยู่ได้ชั่วช้าฟ้าดิน ถึงฤดูเดือนปีที่นาคต้ องขึ้นมาเล่นน้ำบนฟ้าก็อย่าห้าม เนื่องจากว่านาคจะได้พ่นน้ำชนคลื่น ดื่นดกตกเป็นฝอยฝนตกไปชุบเลี้ยงเอี้ยงดูกลุ่มมนุษย์ ทำการเกษตร ได้พืชพันธุ์ว่านยาอาหารสมบูรณ์บริบูรณ์ ถ้าหากไม่มีน้ำฟ้าน้ำฝน คนในเมืองมนุษย์สุดตรากตรำ จะได้ยากโหยหิวลิ้นดังราไฟ เมื่อไม่มีพืชพันธุ์ว่านยาของกินเลี้ยงชีวังสังขาร แล้วจะเอาอะไรส่งสักการบวงสรวงให้แถนกินบนฟ้า แถนฟ้าก็จำต้องเงือดงดเว้นอดตายไ ม่เป็นสุข เว้นแต่คนทั้งหลายแล้ว ในเมืองมนุษย์ยังมีพืชและก็สัตว์ ต้องอาศัยน้ำฝนน้ำฟ้าจากเมืองแถน หากสลดขาดแคลนเสียแ ล้วก็ต้องลำบากสารพัด ทั้งยังสัตว์แล้วก็พืชเป็นเปี่ยมล้น เราเองพญาคันคาก คือ คางคกสัตว์ไม่มีขน ยังจำต้องดูแลเผื่อแผ่เกื้อหนุนจุนเจือฝูงม นุษย์ ญาติพี่น้องเราทั้งหมดก็ล้วนสัตว์บริสุทธิ์ที่พิทักษ์รักษาผู้คนให้มีความสุขอุดมสมบูรณ์เสมอกัน ท่านซึ่งเป็นพญาแถนควรจำเป็ นเช่น อย่างอย่าเอารัดเอาเปรียบคนอื่นให้ตกระกำลำบาก แถนฟ้าจะต้องไว้หน้าที่ปล่อยน้ำฟ้าน้ำฝนให้ตกต้องตามฤดู ไม่เช่นนั้นจะขึ้นมาลงทัณฑ์อีกให้สม
 
 พญาแถนถามว่าจะทราบได้ยังไงว่าเมืองมนุษย์ต้องการน้ำตอนไหน ขณะใด
 
 พญาคันคากตอบว่าจะส่งสัญญาณให้ พญานาคขี่บั้งไฟ ขึ้นมาอย่างเร็ว เมื่อได้ยินเสียงแล้วมองเห็นบั้งไฟมีหัวพญานาค ก็ใ ห้ไขน้ำทำฝนหล่นลงเมืองมนุษย์โดยทันที
 
 พญาแถนก้มรับคำอบรมสั่งสอนของพญาคันคากทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง แล้วสั่งให้ไพร่พลลูกเมียจัดเตรียมสำรับกับข้าวชุบเลี้ยงกองทัพ พญาคันคากไม่เคยรู้ข้าว เลยถามคำถามว่ามันเป็นอย่างไร …พญาแถนบอกว่าเมืองฟ้าเมืองแถนมีข้าวปลูกไว้รับประทานเป็นข้าวหอมอร่อยมาก แล้วชี้แจงสรรพคุณยืดยาว พญาคันคากเลยสั่งให้พญาแถนเอาข้าวลงไปปลูกภายในเมืองมนุษย์ รวงข้างให้ยาวแค่วา เมล็ดข้าวเท่ามะพร้าว ต้นข้าวเท่าลำตาลก็พอแล้ว …พญาแถนรับคำแล้วบอกเพิ่มเติมอีกว่า ข้าวพวกนี้เมื่อโตเต็มที่เมล็ดข้าวจะตกจากรวงเอง แล้วจะแล่นไปเข้ายุ้งฉางข้าวเองขอให้มนุษย์ทำ ยุ้งฉางเยียข้าว คอยไว้เท่านั้น …เมื่อสำเร็จเสร็จสรรพแล้ว พญาคันคากก็พาสารพัดสัตว์ ไพร่พลทั้งหลายแหล่ ลงจากเมืองแถนดินแดนฟ้า กลับสู่บริเวณเมืองชมพูตามเส้นทางเดิมที่ปลวกทำไว้
 
 คนทำลายโลกมนุษย์
 พอพญาคันคากละร่างคางคกรูปคนสิ้นอายุขัยแล้วสวรรคต เมื่อนานกาลกำหนดความอุดมสมบูรณ์ก็เริ่มแปลก ผู้คนในดู พูทวีปต่างประมาทขาดสำรวมจนกระทั่งลังเลแล้วคร้านเหตุเพราะความสะดวกสบายที่พญาแถนบันดล ผู้คนลืมทำ ยุ้งเลียเล้าข้ าวให้พร้อมเสร็จตรงเวลากำหนด เมื่อเมล็ดข้าวสุก จึงตกขจุยขจายตามทุ่งนาไร่ เมื่อไม่มีที่อยู่ก็บินหาที่พำนักในเรือนนอนของคนเรา เขาก็พากันเอาพร้า มีดขวานกดขี่เมล็ดข้าวจนถึงปี้ผสมแตกตัดเกลื่อนกลาด เหลือเมล็ดเท่าก้อนกรวดดินทรายเล็กน้อยหลังจากนั้นมา
 
 ทางถนนหนทางที่ปลวกทำไว้ให้พญาคันคากขึ้นไปหาฟ้าแถนแต่ก่อน มีเถาวัลย์กาดเกี่ยวเนื่องแน่นหนาไม่สั่นคลอน ถาวรเป็นนิรันดร์ให้ผู้คนสัญจรไปมา พญาแถนใคร่ครวญว่า มนุษย์ไม่ซื่อตรง ล้วนลุ่มหลงแม้กระนั้นความสบายบริโภคซึ่งอันตราย เบียดเบียนคุ้นเคยไม่เกรงใค รราวกับปลาใหญ่รับประทานปลาเล็กทุกบริเวณ ผีฟ้าพญาแถนก็โก่งศรร่อนธนูสู่ทางถนนหนทางเถาวัลย์กาด แนวทางปลวกของพญาคันคากก็ขาดสะบั้นถล่มทลายกระจัดกระจาย เป็นภูภูเขาน้อยใหญ่ในประเทศอินเดียแต่นั้นมา
 
 ผีฟ้าพญาแถนดินแดนสวางสวงสังเวียนบนสวรรค์ ก็ลงทัณฑ์ทัณฑ์มนุษย์ทั้งหลายที่มักขี้คร้าน ก็เลยไม่ปลุกชนิดข้าวทิพย์ให้มนุษย์เหมือนแต่ก่อน มนุษย์จำต้องหักร้างถางพงในดงดอนแล้วดายไถปลูกข้าวกินเองอย่างทุกข์ระทมแสนสาหัสแต่ว่านั้นมา
 
 พญาคันคากจากไป พญาแถนก็ไม่กลับมา ฤดูเดือนเคลื่อนที่ไม่คงทน น้ำฟ้าน้ำฝนมีข้อบกพร่อง แม่น้ำลำคลองเ น่าเหม็นเกิดอันตราย ซุ้มไม้ป่าดงพงไพรย่อยยับ ล้วนมีเหตุจากความประมาทและขาดความระมัดระวังของผู้คนตั้งแต่บัดนั้นจนกระทั่งตอนนี้
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : alwaadnews

ที่มา : http://www.alwaadnews.com/-ออนไลน์แบ/

Tags : alwaadnews.com,alwaadnews