แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 5
1
แผ่นซับเสียง จะป้องกันปัญหาเสียงดังจากข้างบ้านที่อยู่คอนโดหรือทาวน์โฮมติดกัน ได้อย่างไร ?

สำหรับผู้ที่อาศัยในทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม หรือตึกแถว ซึ่งต้องใช้ผนังร่วมกับยูนิตที่อยู่ติดกัน ก็มีโอกาสเผชิญปัญหาเสียงดังจากข้างบ้านได้ง่าย  วิธีแก้ไขอันดับแรกให้ลองตรวจสอบช่องทางต่างๆ ที่เสียงสามารถลอดถึงกันง่าย ได้แก่ ช่องว่างระหว่างผนังกับใต้ท้องพื้น รวมถึงช่องรอยต่อปลั๊กไฟที่ตรงกัน

ช่องว่างระหว่างผนังกับใต้ท้องพื้น กรณีที่ผนังไม่ชนกับใต้ท้องพื้น เสียงจากห้องหนึ่งจะลอดไปยังอีกห้องหนึ่งผ่านช่องเหนือผนังและฝ้าเพดานได้ง่าย ควรแก้ไขโดยต่อผนังขึ้นไปให้ชนติดใต้ท้องพื้นเพื่อป้องกันมิให้เสียงลอดถึงกัน
 

ตำแหน่งติดตั้งปลั๊กไฟที่ตรงกัน หากห้องที่ใช้ผนังร่วมกันติดตั้งปลั๊กไฟตรงกัน เสียงจะลอดผ่านถึงกันได้ง่าย ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการอุดปิดช่องปลั๊กไฟเดิม และย้ายไปติดตั้งตำแหน่งอื่น (ข้อควรระวังคือ หากเป็นผนังชนิด Precast ไม่ควรเจาะผนังเพื่อติดตั้งปลั๊กไฟใหม่ แต่ให้ใช้วิธีสร้างผนังเบาเพิ่มอีกชั้นแทน)
ภาพ: การเจาะช่องปลั๊กไฟตรงกัน อาจทำให้เสียงเล็ดลอดได้ ควรอุดช่องเดิมแล้วย้ายไปติดตั้งตำแหน่งใหม่แทน


ทั้งนี้ หากปิดช่องทางดังกล่าวเรียบร้อย แล้วพบว่าเสียงยังคงดังรบกวนอยู่มาก อาจติดตั้งฉนวนกันเสียงเพิ่มที่ผนังหรือฝ้าเพดาน โดยขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาทางเลือกตามความเหมาะสม


แผ่นซับเสียง จะป้องกันปัญหาเสียงดังจากข้างบ้านที่อยู่คอนโดหรือทาวน์โฮมติดกัน ได้อย่างไร ? ดูเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://www.ฉนวนกันเสียง.com/แผ่นซับเสียง/

2
อื่นๆ / ดูซีรี่ย์ : Mama Fairy and the Woodcutter
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 07:28:30 PM »
ดูซีรี่ย์ : Mama Fairy and the Woodcutter ละครจาก tvNเรื่อง ‘Mama Fairy and the Woodcutter’ (บทละคร ยูกยองซอน / ผู้ควบคุม คิมยุนชอล / ผู้ผลิต JSpictures) ได้ปล่อยตัวอย่างตัวแรกออกมา ก็รับความสนใจจากผู้ชมเป็นจำนวนมาก

ต้นฉบับเดิมจากเว็บตูนเรื่อง ‘Mama Fairy and the Woodcutter’ คือคนที่รอการเกิดใหม่ของช่างตัดไม้ในเทือกเขาคเยรยุงมา699ปี ส่วนเทพธิดา ซอนอุกนัม ที่เป็นบาริสต้า (มุนแชวอน) ได้พบกับ 2 หนุ่ม จองอีฮยอน (ยุนฮยอนมิน) และคิมกึม (ซอจีฮุน) โดยบังเอิญ ทำให้เกิดละครแฟนตาซีนี้ขึ้น

ในวิดีโอแรก เมื่อเรื่องราวในอดีตบนเว็บตูน และเนื้อหาของเรื่อง’เทพารักษ์กับคนตัดไม้’ มารวมกัน ก็ต่างทําให้ผู้คนเกาหลีเริ่มสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงตอบรับจากแฟนๆ ผ่านผลงานเว็บตูน

เช่นนี้เอง ละครเรื่อง “Mama Fairy and the Woodcutter” ที่สร้างความคาดหวังและน่าสนใจให้กับผู้คนมากมายกำลังถูกกล่าวถึงอย่างแพร่หลายด้วยละครย้อนยุคที่ดูทันสมัย คาดว่ามันจะเป็นความสนุกที่แตกต่างและไม่เคยได้รับจากผลงานไหนมาก่อนอย่างแน่นอน

สิ่งแรกที่ต้องสนใจ คือเรื่องราวเบื้องหลังของนางฟ้าและช่างตัดเย็บ ละครเรื่อง “Mama Fairy and the Woodcutter” พื้นเพมาจากเรื่องราวดั้งเดิมของเกาหลีที่ชื่อว่า “The Fairy and the Woodcutter” บทละครที่เพิ่มจินตนาการให้เป็นเรื่องราวใหม่ที่ไม่เหมือนใครจากเรื่องราวดั้งเดิม เช่นเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมนางฟ้าถึงต้องสูญเสียเสื้อคลุม และความลับของนางฟ้าจะถูกเปิดเผยในละครนี้!

สิ่งที่สองคือ สามีที่แท้จริงของนางฟ้า ในเรื่องเดิมนางฟ้าจะนำเสื้อคลุม, จากสามีไป และกลับสวรรค์ อย่างไรก็ตามในละครเรื่องนี้สามีของนางฟ้าซันอ๊กนัม (รับบทโดย มุนแชวอน และโกดูชิม) ได้เสียชีวิตก่อนที่เธอจะพบชุดของเธอ ซันอ๊กนัมได้รอคอยสามีของเธอที่จะมาเกิดถึง 699 ปี และในที่สุดก็ได้พบกับคนที่น่าจะเป็นสามีของเธอสองคนคือ จองอีฮยอน (แสดงโดยยุนฮยอนมิน) และคิมกึม (ซอจีฮุน) เมื่อเรดาร์ของสามีถูกเปิด ผู้ชมก็อาจอยากรู้ว่าใครคือสามีที่แท้จริง ระหว่างชายสองคนนี้

สิ่งสุดท้ายคือนักแสดงนำที่สุดยอด: มุนแชวอน, ยุนฮยอนมิน และซอจีฮุน รวมถึงคนอื่นๆ ที่จะแสดงอย่างสมบูรณ์แบบกับตัวละครของเว็บตูน ผู้ชมสามารถคาดหวังว่าจะสัมผัสได้ถึงเรื่องราว และความสนุกแบบเดียวกันกับเว็บตูนขณะที่ดูละครเรื่องนี้



ดูซีรี่ย์ : Mama Fairy and the Woodcutter  ดูเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ http://www.ดูซีรี่ย์.cc

3
อื่นๆ / ขนมอบ เค้กไข่ไต้หวัน อร่อยแบบต้นตำรับ
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 04:57:43 PM »
ขนมอบ เค้กไข่ไต้หวัน อร่อยแบบต้นตำรับ


ส่วนผสม ส่วนผสม
- แป้งสาลีทำเค้ก 250 กรัม
- เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
- ผงฟู 1 ½ ช้อนชา
- น้ำตาลทราย (ส่วนที่ 1) 50 กรัม
- ไข่ไก่ (เฉพาะไข่แดง) 8 ฟอง
- นมข้นจืด ตรานกเหยี่ยว ฟอลคอน 150 มิลลิลิตร
- น้ำมันพืช 100 มิลลิลิตร
- กลิ่นวานิลลาชนิดน้ำ 1 ช้อนชา
- ไข่ไก่ (เฉพาะไข่ขาว) 8 ฟอง
- ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย (ส่วนที่ 2) 100 กรัม



ขั้นตอนการทำ ขั้นตอนการทำ

1. ใส่แป้งสาลีทำเค้ก เกลือป่น ผงฟู และน้ำตาลทราย ลงในภาชนะ คนผสมเข้าด้วยกัน

2. จากนั้นเติมไข่แดง นมข้นจืด ตรานกเหยี่ยว ฟอลคอน น้ำมันพืช และกลิ่นวานิลลาชนิดน้ำ แล้วคนด้วยตะกร้อมือจนเป็นเนื้อเดียวกัน เตรียมไว้

3. ตีไข่ขาวกับครีมออฟทาร์ทาร์ ด้วยเครื่องตีหัวตะกร้อใช้ความเร็วสูงสุด ประมาณ 30 วินาที เติมน้ำตาลทราย ตีต่อจนส่วนผสมตั้งยอด ปิดเครื่อง

4. ตักส่วนผสมไข่ขาวลงในส่วนผสมแป้ง คนตะล่อมจนเป็นเนื้อเดียวกัน เทส่วนผสมลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้ เกลี่ยหน้าให้เรียบ วางลงในถาดสำหรับอบ เติมน้ำเล็กน้อย (เพื่อให้เนื้อเค้กนุ่มและชุ่มฉ่ำ) นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 300-350 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 150 -175 องศาเซลเซียส นานประมาณ 45-50 นาที หรือจนกระทั่งเค้กสุก นำออกจากพิมพ์ตัดเป็นชิ้นพร้อมเสิร์ฟ


ขนมอบ เค้กไข่ไต้หวัน อร่อยแบบต้นตำรับ ดูเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://www.onearoon.com/

4
อื่นๆ / น้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 03:31:38 PM »
BEN klean น้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ไร้สารเคมี
ทำความสะอาดได้อเนกประสงค์ ล้างจาน ล้างห้องน้ำ ถูพื้น ซักผ้า
เจือจางได้มากถึง 1:100
ปลอดภัยต่อคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม
ไม่มีฤทธิ์กัดกร่อน ไม่ทำลายพื้นผิววัสดุอุปกรณ์


หัวเชื้อจุลินทรีย์ BEZT DM กระบวนการหมักที่มีประสิทธิภาพดีกว่า เวลาสั้นกว่า

เบสท์ ดีเอ็ม เป็น ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ชนิดผง ที่มีการพัฒนานำเอากลุ่มสายพันธ์ุ จุลินทรีย์ ที่พร้อม ผลิตเอนไซม์ย่อยสลาย ได้หลายชนิดมาอยู่รวมกัน เพื่อนำไปใช้ในการ เร่งกระบวนการย่อยสลาย และ การหมักวัสดุอินทรีย์ทุกประเภท ทั้งจากแป้ง โปรตีน ไขมัน เส้นใยพืช ผลไม้ หรือวัสดุอินทรีย์อื่น ๆ หลังจากการใช้เบสท์ ดีเอ็ม เร่งกระบวนการ ย่อยสลายสารอินทรีย์ แล้วจะได้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ ปุ๋ยหมักชีวภาพ สารปรับปรุงดิน น้ำหมักชีวภาพ ฮอร์โมนพืช น้ำหมักชีวภาพคุณภาพสูง น้ำชีวภาพฆ่าหญ้า น้ำชีวภาพกำจัดศัตรูพืช น้ำชีวภาพไล่แมลง หรือวัสดุอื่นที่มีประโยชน์เพื่อการนำไปปรับปรุงคุณภาพดิน ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชและสร้างภูมิคุ้มกันโรคพืช


คุณสมบัติและข้อเด่นของ เบสท์ ดีเอ็ม ที่ดีกว่า
- เบสท์-ดีเอ็ม สามารถนำไปใช้ใน การหมักวัสดุอินทรีย์ ได้ทุกชนิด ทั้ง พืช สัตว์ ผลไม้ กลุ่มเส้นใย ฟางข้าว ผักตบชวา สมุนไพร มูลสัตว์ ใบไม้ กิ่งไม้ เป็นต้น (ขณะที่จุลินทรีย์เพื่อการหมักชนิดอื่น ต้องแยกเป็นแต่ละชนิด เพื่อการหมักแต่ละประเภท)

- กระบวนการหมัก ด้วยเบสท์-ดีเอ็ม ทำได้ สะดวก ง่าย ประหยัดเวลา และเห็นผลไว ไม่ต้องใช้กากน้ำตาล หรือ น้ำตาลทราย เป็นตัวกระตุ้นหรือเป็นสารอาหารให้จุลินทรีย์เติบโตก่อน โดยจุลินทรีย์ในเบสท์-ดีเอ็ม สามารถย่อยสลายสารอินทรีย์ที่ทำการหมักได้ทันทีเมื่อเริ่มต้นกระบวนการหมัก และการหมักสามารถทำงานได้ทั้งระบบมีอากาศ และ ระบบไม่มีอากาศ สามารถนำไปหมักทั้งในสภาวะเป็นของแข็งและของเหลว




Call Center: 02 880 4744
Line: @bcithailand

น้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์สนใจติดต่อ ดูเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=6AYhyHF_kS8


ติดตามรายละเอียดสินค้า เพื่อสิ่งแวดล้อมมีคุณภาพ ได้ท่ี่เว็บ https://www.bcithailand.net

5
อื่นๆ / จัดฟันบางนา: Veneer เหมาะกับใคร
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 01:09:57 PM »
จัดฟันบางนา: Veneer เหมาะกับใคร Veneer คืออะไร การทำทันตกรรมวีเนียร์ (veneer) เป็นฟันปลอมรูปแบบหนึ่ง โดยเป็นนำวัสดุครอบฟันครอบเฉพาะบริเวณหน้าฟันของผู้ป่วย ซึ่งต่างจากการครอบฟันซึ่งจะเป็นการครอบไปที่ตัวฟันทั้งฟัน วัสดุเคลือบฟันมีลักษณะบาง สีเหมือนฟัน มีขนาดเข้ากับฟันของผู้ป่วย วัสดุที่ใช้เคลือบถูกออกแบบเพื่อให้ครอบพื้นที่ส่วนหน้าของตัวฟันเพื่อแก้ไขลักษณะของตัวฟัน ได้แก่ เพื่อเปลี่ยนสี รูปร่าง ขนาด และความยาวของของตัวฟัน วีเนียร์ช่วยแก้ไขความผิดปกติที่เกิดขึ้นบนตัวฟัน และช่วยเพื่อความมั่นใจในรอยยิ้มกับผู้ป่วยได้ โดยเป็นทางเลือกการรักษาที่ทำให้ฟันกลับมามีลักษณะเป็นธรรมชาติ

ซึ่งมีข้อแตกต่างกันดังนี้

1.) แบบที่ทำจาก composite resin เป็นการใช้วัสดุที่มีสีใกล้เคียงกับสีฟัน ข้อดีของการเลือกแบบ composite resin คือมีราคาถูกกว่าแบบ porcelain มีการนำชั้นเคลือบฟันออกน้อยกว่า และสามารถแก้ไขซ่อมแซมได้ง่ายและรวดเร็วกว่าในกรณีที่เกิดความเสียหายกับวีเนียร์ แต่มีข้อด้อยคือความแข็งแรงและทนทานที่น้อยกว่าวัสดุแบบ porcelain และสีของวัสดุจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามระยะเวลาการใช้งาน

2.) แบบที่ทำจาก porcelain มีข้อดีคือมีความเเข็งแรงและทนทานกว่าแบบ composite resin ให้ลักษณะผิวฟันที่เป็นธรรมชาติมากกว่า การเปลี่ยนสีของวัสดุเป็นไปได้ยากกว่า ข้อด้อยของวัสดุแบบ porcelain คือมีราคาที่สูงกว่า และต้องมีการนำชั้นเคลือบฟันออกมากกว่าแบบ composite resin แต่น้อยกว่าการใช้วิธีครอบฟัน

อย่างไรก็ตาม วีเนียร์ไม่สามารถอยู่ได้ถาวรไปตลอดชีวิต จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนตามระยะเวลาการใช้งานแะความคงทนของวัสดุด้วยเช่นเดียวกัน

Veneer เหมาะกับใคร

การรักษาด้วย veneer นั้น จึงเป็นวิธีที่เหมาะกับผู้ป่วยต่อไปนี้

1. ผู้ป่วยที่มีการเปลี่ยนสีภายในตัวฟันจากสาเหตุต่างๆ ได้แก่ การรับการรักษารากฟัน ฟันเปลี่ยนสีจากการใช้ยาเตตราไซคลิน (tetracycline) หรือยาชนิดอื่นที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนสีของฟัน การได้รับฟลูออไรด์มากเกิน หรือมีการอุดฟันด้วยเรซินซึ่งมีสีต่างจากสีฟัน และไม่สามารถทำให้กลับมาขาวได้ด้วยการฟอกสีฟัน

2. ผู้ป่วยที่ฟันสึก

3. ผู้ป่วยที่ฟันเล็ก ฟันบิ่น หรือฟันแตกหัก

4. ผู้ป่วยที่มีการจัดเรียงของฟันผิดปกติ ไม่สม่ำเสมอกัน รูปลักษณะของตัวฟันผิดปกติ เช่น ฟันเป็นแอ่งหรือยื่นขึ้นมา


จัดฟันบางนา: Veneer เหมาะกับใคร ดูเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://www.idolsmiledental.com/จัดฟันบางนา/

6
บริการด้านอาหาร: การดูเเลน้ำหนักในผู้สูงอายุ เมื่ออายุยิ่งเพิ่ม น้ำหนักที่มากขึ้นยิ่งตามมา ย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าผลดี เพราะจะนำมาซึ่งโรคของผู้สูงอายุที่จะส่งผลต่อการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป อาทิ โรคเบาหวาน โคเลสเตอรอลสูง หรือโรคกระดูกไขข้อต่างๆ ดังนั้น การดูแลน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องที่ลูกหลานควรใส่ใจ ดูแลเป็นพิเศษ แต่จะให้ผู้สูงอายุลดน้ำหนักด้วย การอดอาหารหรือออกกำลังกายอย่างหนักเหมือนเด็กและวัยรุ่นคงลำบาก ด้วยร่างกายและสภาวะที่เปลี่ยนไป การลดน้ำหนักในผู้สูงอายุจึงควรทำอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ยังได้รับสารอาหาร ที่ครบถ้วนควบคู่กันไปด้วย

อาหารสำหรับผู้สูงอายุที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน

การลดน้ำหนักให้ได้ผลควรค่อย ๆ เป็นค่อยไป เพราะการลดอาหารกระทันหันทันที จะทำให้เกิดอาหารหิวมาก ทำให้ท้อและลดไม่สำเร็จ ซึ่งการลดน้ำหนักโดยการควบคุมอาหาร ทำได้โดย

ดื่มน้ำก่อนกินอาหาร 1-2 แก้ว และดื่มก่อนอิ่มอีก 1-2 แก้ว จะช่วยให้กินอาหารได้น้อยและอิ่มเร็วขึ้น
ควรกินอาหารให้ตรงเวลา และฝึกให้กินอาหารน้อยลงในแต่ละมื้องดอาหารระหว่างมื้ออาหาร และไม่ควรกินมื้อเย็น ดึกเกินไป หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีพลังงานสูงก่อนเข้านอน
ควรกินอาหารช้า ๆ เคี้ยวให้ละเอียด
ไม่ควรเสียดายอาหารในขณะที่หิวจัดเพราะจะทำให้ซื้ออาหารจำนวนมาก
พยายามหางานอดิเรกทำเมื่อกินอาหารเสร็จหรือในยามว่างระหว่างมื้ออาหาร
ถ้าเป็นคนหิวเก่ง อาจต้องใช้อาหารลดน้ำหนักซึ่งมีพลังงานต่ำ ทำให้รู้สึกอิ่ม
หาวิธีกระตุ้นตนเองในการลดน้ำหนักเช่น ให้รางวัลตนเองเมื่อลดน้ำหนัก ได้สำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ ชักชวนให้คนอื่น ๆ มาลดน้ำหนักแข่งขันกัน

การมีภาวะโภชนาการที่ดี ควรยึดหลักในการกินอาหารดังนี้

กินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ แต่ละหมู่ให้หลากหลาย
กินข้าวกล้อง ผัก ผลไม้ เพื่อให้ได้ใยอาหารและช่วยให้อิ่มนาน
กินอาหารให้ครบทุกมื้อ แต่ลดปริมาณในแต่ละมื้อลง โดยเฉพาะมื้อเย็น
เลือกกินอาหารที่ใช้พลังงานต่ำ โดยวิธีต้ม ตุ๋น นึ่ง อบแทนการทอด เช่น แกงจืด แกงส้ม แกงเลียง



บริการด้านอาหาร: การดูเเลน้ำหนักในผู้สูงอายุ ดูเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ http://snss.co.th/dt_post/catering-service/

7
จัดเลี้ยงนอกสถานที่รู้ไว้ก่อนสั่ง..สารพัดเมนูอาหารมงคลบน โต๊ะจีน ที่บ่าวสาวควรรู้ ปัญหาอย่างหนึ่งที่บ่าวสาวเจอกันบ่อยๆ หลังจากตัดสินใจเลือก โต๊ะจีน มาเลี้ยงแขกในงานแต่งงานคือ ควรเลือกเมนูไหนดีที่จะเป็นเมนูอร่อย ให้ความมงคลและแขกกินง่าย เพราะแต่ละเซ็ตเมนูก็มีตั้ง 8 เมนูเป็นอย่างต่ำ เราจึงขอเปิดโต๊ะจีนพาคุณว่าที่บ่าวสาวส่องอาหารมงคลบนโต๊ะจีนกันเลยค่า

หมู ไก่ เป็ด กุ้ง ปลา อาหารมงคลต้องมี

ตามความเชื่อของจีนอาหารมงคลมีมากมาย แต่ที่นิยมตลอดกาลคือ หมู ไก่ กุ้ง เป็ด ปลา และอาหารเส้น ซึ่งแต่ละอย่างก็มีความหมายดีๆ ทั้งนั้น

เริ่มต้นที่ หมู มีความหมายสื่อถึงความมั่งคั่ง ความสมบูรณ์พูนสุขกินดีอยู่ดี และถ้าเป็นหมูหันก็จะเพิ่มเติมเรื่องความบริสุทธ์และสดใสของชีวิตคู่

กุ้ง โดยมากแล้วมักจัดเป็นกุ้งมังกร ซึ่งก็ตามชื่อเลยคร้า สื่อถึง มังกร สัตว์เทพในตำนานของชาวจีน ความมีอำนาจ ลาภ ยศ อีกทั้งยังสื่อถึงเงินทองไหลมาเทมาด้วยนะ เมนูกุ้งยอดฮิตคือ สลัดกุ้งทอง ยำตะไคร้กุ้งสด กุ้งอบวุ้นเส้น เป็นต้น

ไก่ มีมังกรแล้ว จะปราศจากหงส์ได้อย่างไร ไก่ คือตัวแทนของหงส์ หมายถึงความก้าวหน้า มีกุ้งและไก่อยู่คู่กันในชุดอาหารก็จะทำให้ชีวิตคู่เกื้อหนุนกัน ไก่มักนำมาทำเป็นอาหารอย่าง ซุปไก่ตุ๋นยาจีน ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์

เป็ด เป็นตัวแทนของสัตว์ปีก เป็นมงคลของชีวิต ทำให้ชีวิตมีแต่สันติ ร่มเย็น เมนูเป็ดๆคือ เป็ดย่างอบน้ำผึ้ง เป็ดปักกิ่ง เป็ดพะโล้สับ

ปลา เป็นอีกอาหารที่มีความมงคลในเรื่องเงินๆ ทองๆ ทำให้มีเงินเหลือกินเหลือใช้ เมนูยอดฮิตแบบอมตะนิรันดร์กาลมีทั้งนึ่งซีอิ๋ว นึ่งมะนาว และนึ่งบ๊วย

อาหารเส้น เส้นที่ยาวสื่อถึงการใช้ชีวิตคู่ที่ยืนยาว ยิ่งยาวยิ่งดี เพราะงั้นแล้วเวลากินจึงมีเคล็ดเล็กๆว่า ห้ามกัดขาดต้องกินทั้งเส้น และเมนูที่นิยมคือ หมีผัด โกยซีหมี่ หมี่ฮ่องกง เป็นต้น


จัดเลี้ยงนอกสถานที่รู้ไว้ก่อนสั่ง..สารพัดเมนูอาหารมงคลบน โต๊ะจีน ที่บ่าวสาวควรรู้ ดูเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://thetastefood.com/จัดเลี้ยง/

8
อื่นๆ / เมื่อไรที่ต้องใช้ แผ่นซับเสียง
« เมื่อ: มกราคม 22, 2020, 02:41:27 PM »
เมื่อไรที่ต้องใช้ แผ่นซับเสียง

เมื่อเราต้องการลดเสียงก้องกังวานหรือเสียงสะท้อนภายในห้อง การติดตั้งแผ่นซับเสียงหรือวัสดุซับเสียง ดูจะเป็นแนวทางการลดปัญหาเสียงก้องเสียงสะท้อนที่ประหยัดเงินสุด และได้ผลค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจหรือได้ผลดีเลิศในหลายๆกรณี เช่น ติดตั้งแผ่นซับเสียงในห้องประชุม การติดตั้งวัสดุซับเสียงในห้องอบรมหรือห้องสัมมนา การเพิ่มวัสดุที่มีพื้นที่ในการดูดซับเสียง ไม่ว่าจะเป็นพรม เก้าอี้ที่มีฟองน้ำ รวมไปถึงผ้าม่านที่หน้าต่างหรือประตูห้อง เหล่านี้ล้วนเพิ่มพื้นที่ดูดซับพลังงานเสียง ทำให้ค่าการสะท้อนของเสียงลดลง ส่งผลให้สื่อสารกันได้โดยไม่ต้องตะโกนหรือเสียสมาธิในการใช้ห้องหรือพื้นที่นั้นๆ



แผ่นซับเสียงมีกี่แบบ

วัสดุที่ใช้ในการลดเสียงโดยส่วนมากจะถูกผลิตขึ้นจากวัตถุดิบไม่กี่ประเภท โดยเฉพาะวัสดุซับเสียงหรือแผ่นซับเสียงที่เราเรียกกัน จะผลิตจากวัสดุที่มีเส้นใยสั้นๆหรือมีความพรุนอยู่ด้านใน ไม่แข็งจนเป็นเนื้อเดียวกันไปหมด แผ่นซับเสียงที่มีจำหน่ายในเมืองไทยส่วนใหญ่จะเป็นวัสดุประเภท ใยแก้ว (fiberglass) ใยหิน (rockwool) ใยโปลีเอสเตอร์ (polyester felt) ยางสังเคราะห์ (synthetic rubber) ใยสแตนเลส (stainless steel wool) ใยอลูมิเนียม (aluminum wool) พียูโฟม (polyurethane foam) เยื่อไม้ (wood wool) เป็นต้น ซึ่งวัสดุดังกล่าวจะมีขนาด ความหนาแน่น น้ำหนัก และราคาที่ค่อนข้างต่างกันพอสมควร เช่น ใยสแตนเลส ที่ใช้สำหรับซับเสียงที่ปลายท่อไอเสียรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ จะมีน้ำหนักต่อตารางเมตรและราคาต่อหน่วยสูงกว่าแผ่นซับเสียงใยแก้วที่ใช้ลดเสียงสะท้อน ในห้องหรืออาคารบ้านพักอาศัยทั่วไป



ดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพแผ่นซับเสียง

เช่นเดียวกับวัสดุทางวิศวกรรมหลายรายการ แผ่นซับเสียงจากผู้ผลิตแต่ละค่าย จะมีความพิเศษและคุณสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป แต่คุณสมบัติประการหนึ่งที่จะต้องแจ้งให้ผู้ใช้งานหรือผู้ออกแบบทราบก็คือ “ค่าสัมประสิทธิ์การซับเสียง” หรือ Sound Absorption Coefficient (SAC) โดยมีค่าเต็มคือ 1.0 และหากแต่ละความถี่เสียง (frequencies) มีค่า SAC เข้าใกล้ 1.0 เท่าไร ก็แสดงว่าแผ่นซับเสียงหรือวัสดุนั้นมีคุณสมบัติซับเสียงหรือลดพลังงานเสียงในย่านความถี่นั้นได้ดี เช่น หากมีค่า SAC ที่ 2000Hz คือ 0.95 แสดงว่าวัสดุนั้นสามารถดูดซับพลังงานเสียงที่ความถี่ 2000Hz ได้ร้อยละ 95 นั่นเอง ตัวชี้วัดต่อมาก็คือค่า Noise Reduction Coefficient (NRC) หรือ “ค่าสัมประสิทธิ์การลดเสียง” จะมีค่าเต็มคือ 1.0 เช่นกัน ตัวอย่างเช่น ค่า NRC ของแผ่นซับเสียงยี่ห้อหนึ่ง ได้ถูกระบุว่า NRC 0.80 จะหมายถึงค่าเฉลี่ยของ SAC ที่ 250Hz 500Hz 1000Hz 2000Hz และ 4000Hz ของแผ่นซับเสียงนั้นนั่นเอง



ทำไมเลือกแผ่นซับเสียงที่มี ค่า SAC และ NRC สูงๆ แล้วเสียงยังไม่ลดลงหรือลดลงน้อยมาก

ข้อผิดพลาดประการหนึ่งในการนำแผ่นซับเสียงมาใช้ในงานลดเสียงดังจากเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่มีพลังงานเสียงสูง คือการพิจารณาค่า NRC และค่า SAC ของวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ได้คำนวณหรือวิเคราะห์ต่อไปในเรื่องของ พลังงานเสียง ความเข้มเสียง ความสั่นสะเทือนของแหล่งกำเนิดเสียง ความสั่นสะเทือนของโครงสร้าง ระยะความสูงของแหล่งกำเนิดเสียง ทิศทางที่เสียงเดินผ่าน รวมไปถึงการสอดแทรกของเสียงอื่นในบริเวณนั้น เพราะปัญหาเสียงดังรบกวนหรือเสียงดังเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดในบางกรณี ไม่สามารถลดเสียงหรือแก้ปัญหามลภาวะทางเสียงนั้นได้ด้วยแผ่นซับเสียงเท่านั้น จะต้องเป็นระบบผสมที่ช่วยให้การลดเสียงในส่วนต่างๆได้ผลพร้อมๆกันในคราวเดียว ยกตัวอย่างเช่น พื้นที่ของสตีมเทอร์ไบน์ที่มีระดับเสียงเกินกว่า 95 dBA จะไม่สามารถลดเสียงในบริเวณนั้นได้ โดยการทำห้องครอบและใช้แผ่นซับเสียงที่มีค่า NRC 0.80 แต่เพียงอย่างเดียวได้ จะต้องมีการลดเสียงที่ตัวสตีมเทอร์ไบน์และระบบต่อพ่วงเช่น ท่อ พัดลม หม้อพัก รวมไปถึงเสียงจากมอเตอร์ลงก่อน จึงจะไปคำนวณเลือกแผ่นซับเสียงที่สามารถลดเสียงส่วนที่เหลือได้


เมื่อไรที่ต้องใช้ แผ่นซับเสียง ดูเพิ่มเติมคลิ๊กที่น่ี่ https://www.ฉนวนกันเสียง.com/แผ่นซับเสียง/

9
เทคนิคการดูแลผิวให้แลดูอ่อนเยาว์ สดใส ชะลอวัย และสุขภาพดี

            1) ควรทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดเสมอ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่มีความจำเป็นต้องแต่งหน้า หมอแนะนำให้เช็ดทำความสะอาดผิดหน้าด้วย cleanser ก่อนแล้วล้างหน้าทำความสะอาดอีกครั้ง เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่อาจอุดตันบริเวณรูขุมขนซึ่งสามารถทำให้เกิดสิวได้ การเลือก cleanser และผลิตภัณฑ์ล้างหน้านั้น สำคัญมากๆ ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มี alcohol หรือมีสครับเม็ดบีดขัดถูหน้า เพราะจะทำให้ผิวแห้ง แพ้ง่ายและก่อให้เกิดการระคายเคืองได้

            2) หมอแนะนำให้อาบน้ำอุณหภูมิปกติ ด้วยสบู่เหลวที่ไม่มีน้ำหอม มากกว่าอาบด้วยน้ำร้อนและสบู่ก้อน เพราะน้ำร้อนและสบู่ก้อนมีโอกาสจะดึงน้ำออกจากผิว ทำให้ผิวแห้ง แดงและคันได้ ผู้ป่วยบางท่านอาบน้ำบ่อยๆ ด้วยน้ำเปล่า ก็มีโอกาสทำให้ผิวแห้ง แพ้ง่ายได้ หมอแนะนำให้อาบน้ำวันละ 2 ครั้ง และใช้ครีมอาบน้ำที่ไม่มีน้ำหอมจะดีกว่า การอาบน้ำด้วยน้ำเปล่า เนื่องจาก pH ของน้ำมีค่า 7 ก็สามารถดึงน้ำออกจากผิวทำให้แห้ง แดง และคันได้ ดังนั้นการใช้ครีมอาบน้ำที่มี pH ใกล้เคียงกับผิวหนัง (pH 5.5) จะถนอมผิวได้ดีกว่า

            3) หลังอาบน้ำและเช็ดตัวแห้งหมาดๆ แล้ว หมอแนะนำให้ทาครีมได้เลยภายใน 3 นาทีครับ (Golden Period) เพราะเป็นช่วงที่ครีมจะซึมสู่ผิวได้ดี ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมากมาย ที่มีส่วนผสมของสารที่เป็นองค์ประกอบของผิวหนัง สารให้ความชุ่มชื้น สารต่อต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบของผิวหนัง ครีมที่ดีที่สุดสำหรับคนไข้ คือครีมที่คนไข้ชอบใช้เป็นประจำ ใช้แล้วไม่แพ้หรือระคายเคือง ไม่เหนียวเหนอะหนะเกินไป การทาครีมเป็นประจำดีกับสุขภาพผิวแน่นอน

            4) ผู้ป่วยมักจะขนผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า มาถามหมอเสมอว่า จะใช้อย่างไร ใช้อะไรก่อนหลังดี หมอมีเทคนิคดีดีมาแนะนำ ในการทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้ได้ผลดี หมอแนะนำให้ทาผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อเนียน ซึมเข้าสู่ผิวได้ง่ายก่อน และตามด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อหนาและหนัก เช่น หมอแนะนำ ให้ทา เซรั่ม เจล ครีมเนื้อโลชั่น จากนั้นจึงตามด้วยครีมที่มีเนื้อหนาและหนัก โดยผลิตภัณฑ์ กลุ่มขี้ผึ้ง (ointment) แนะนำให้ทาเป็นลำดับสุดท้าย เพราะถ้าทาก่อนจะทำให้ครีมที่ทาหลังจากนั้นซึมเข้าสู่ผิวได้ยาก ใครทาครีมบำรุงมากมายแล้วยังรู้สึกผิวยังใสไม่ทันใจ อาจลองพิจารณาทำ Treatment ผลักวิตามินบำรุงผิวได้

            5) ใครอยากมีผิวสวยสดใส มีริ้วรอยลดลง ต้องทำตามคำแนะนำของหมอข้อนี้เลย บ้านเราเป็นเมืองร้อนมีแสงแดดค่อนข้างจ้า มีการศึกษาที่ยืนยันชัดเจนว่า UVA และ UVB ที่อยู่ในแสงแดดจะสามารถทำให้ผิวหมองคล้ำ ไม่สดใส ผิวแก่ก่อนวัย และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง ดังนั้นการทาครีมกันแดดและปกป้องตัวเองจากแสงแดด เช่น ใส่หมวกปีกกว้าง กางร่ม ใส่เสื้อแขนยาว เป็นสิ่งที่สำคัญ ปัจจุบันครีมกันแดด นอกจากจะมีค่าปกป้อง UVA และ UVB แล้ว ในครีมกันแดดยุคใหม่ยังประกอบด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยดูแลผิว ลดการอักเสบของผิว และยังสามารถปกป้องผิวจาก visible light ซึ่งจะทำให้ผิวหมองคล้ำได้อีกด้วย

            6) โรคผิวหนังหลายชนิดนั้นสามารถกำเริบได้ หากมีภาวะเครียดหรือพักผ่อนน้อย ดังนั้นหากเราพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ ทำจิตใจให้สดใสผ่องแผ้ว ไม่เครียดจนเกินไป ทำงานอดิเรกหรือสิ่งที่สนใจ ทำชีวิตให้สนุกมีความสุข หมอเชื่อมั่นว่าสิ่งเหล่านี้จะส่งเสริมให้สุขภาพกายและผิวพรรณดีขึ้นได้ ดังคำกล่าวที่ว่าสวยสดใสมาจากภายในสู่ภายนอก “True beauty comes from the inside out”



เทคนิคการดูแลผิวให้แลดูอ่อนเยาว์ สดใส ชะลอวัย และสุขภาพดี ดูเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ http://www.สุขภาพ.cc/

10
BEN klean น้ำยาทำความสะอาดสูตรชีวภาพ ไร้สารเคมี
ทำความสะอาดได้อเนกประสงค์ เจือจางได้อีก 100 เท่า!
ปลอดภัย ไม่มีฤทธิ์กันกร่อน ไม่เป็นอันตราย ไม่ก่อให้เกิดการแพ้และระคายเคือง
เป็นมิตรต่อคน แมลง สิ่งแวดล้อม

ทาง BCI ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพครบวงจร พร้อมทั้งทีมวิจัย พัฒนา ได้คิดค้นเทคนิคกระบวนการและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม วิธีบำบัดน้ำเสีย เพื่อนำมา แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม แก้ปัญหาน้ำเสีย การส่งเสริมการเกษตร การส่งเสริมสาธารณสุขและควบคุมป้องกันโรคระบาด โดยเฉพาะปัญหาสิ่งแวดล้อมและปัญหาสุขภาวะที่มีผลมาจากยุง แมลงวัน แมลงสาบ ซึ่ง BCI สร้างสรรค์เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยต่อผู้ใช้ และมีวิธีการที่ง่าย สะดวก ต่อการใช้งานและการขยายผล ได้แก่ การนำจุลินทรีย์มีประสิทธิภาพสูง บีกรีน มาใช้ในการจัดการน้ำเน่าเสียพร้อมๆ กับกำจัดลูกน้ำยุง ไข่หนอนแมลงวัน แมลงสาบ


คุณสมบัติและความโดดเด่นของบีกรีน
บีกรีน ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ ชนิดผง ที่พัฒนามาจาก นวัตกรรม การผสานเทคโนโลยีชีวภาพ (จุลินทรีย์คัดสายพันธุ์) กับ นาโนเทคโนโลยี (สารเร่งปฏิกิริยา- สารสกัดจากธรรมชาติ) เพื่อใช้ในการ บำบัดแหล่งน้ำเน่าเสีย กำจัดกลิ่นเหม็น และควบคุมลูกน้ำยุง หนอน แมลงวัน ตามแหล่งน้ำเน่าเสีย กองขยะ บ่อบำบัดสิ่งปฏิกูล
คุณสมบัติของจุลินทรีย์คัดสายพันธ์ุในบีกรีน มีประสิทธิภาพสูงในการ ย่อยสลายอินทรีย์สารกำจัดกลิ่นและ บำบัดน้ำเน่าเสีย และย่อยสลายไขมัน-สารอินทรีย์ บำบัดน้ำเสีย ควบคุมและกำจัดลูกน้ำยุง หนอน แมลงวัน นอกจากนี้ความเด่นพิเศษของ บีกรีน คือมีสารพลังเสริมที่มีฤทธิ์ในการเร่งการย่อยสลายอินทรีย์สารและยับยั้งการเจริญเติบโตของลูกน้ำยุง หนอนแมลงวัน ทำให้บีกรีนมีความโดดเด่นทั้งในการบำบัดน้ำเน่าเสีย ปรับสภาพให้น้ำใส กำจัดกลิ่น ย่อยไขมัน และยังมีพลังในการกำจัดลูกน้ำยุงในแหล่งน้ำ ร่วมกับกำจัดไข่หนอนแมลงวัน แมลงสาบ ซึ่งเป็นต้นแหล่งกำเนิดของพาหะนำโรคร้ายมาสู่คน



สนใจติดต่อ
Call Center: 02 880 4744
Telesales: 088 022 3536 (กิ๊ฟ)
088 022 3533 (แอน)

Line: @bcithailand
Facebook: Bciworld
Instagram: bci.official

BEN klean น้ำยาทำความสะอาดสูตรชีวภาพ ทางเลือกใหม่ของคนรักสิ่งแวดล้อม ดูเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=DctYf2eox3o


ติดตามรายละเอียดสินค้า เพื่อสิ่งแวดล้อมมีคุณภาพ ได้ท่ี่เว็บ https://www.bcithailand.net

11
อื่นๆ / ขนมอบ สโคนเชดดาร์ชีส
« เมื่อ: มกราคม 21, 2020, 08:40:20 PM »
 สโคนเชดดาร์ชีส

ใครไม่กลัวอ้วนอยากให้มาลองเมนูสโคนเชดดาร์ชีส ใส่ชีสลงผสมในแป้ง เพิ่มความหอมจากเนยสด ก่อนอบทาหน้าด้วยไข่แดง
ส่วนผสม สโคนเชดดาร์ชีส (ประมาณ 16 ชิ้น)

    เชดดาร์ชีส 100 กรัม   
    แป้งอเนกประสงค์ 300 กรัม
    เกลือนิดหน่อย
    ผงฟู 14 กรัม 
    เนยจืด (เย็น) 30 กรัม
    นม 200 กรัม 
    ไข่แดง (สำหรับทาหน้าขนมก่อนอบ) 1 ฟอง     
    ผงปาปริก้า แล้วเเต่ชอบ

วิธีทำสโคนเชดดาร์ชีส

     1. นำเชดดาร์ชีสมาขูด เตรียมไว้
     2. นำแป้ง เกลือ และผงฟู ใส่ในชามอ่าง คนให้ผสมกันด้วยดี ใส่เนยลงในอ่างผสม คนจนแป้งมีเนื้อคล้ายกับเนื้อทราย เติมนม นวดให้เข้ากันเล็กน้อย ใส่เชดดาร์ชีสขูด นวดให้เข้ากันจนเนื้อเนียน ประมาณ 5 นาที
     3. เมื่อนวดเข้ากันแล้ว ใช้ไม้คลึงแป้งให้หนาประมาณ 1.5 เซนติเมตร แล้วพักแป้งไว้ประมาณ 15 นาทีก่อนตัด ใช้ที่ตัดวงกลมมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 เซนติเมตร ตัดตัวแป้ง ใส่กระดาษรองถาดก่อนนำแป้งวาง
     4. นำไข่แดง 1 ฟองผสมกับเกลือและน้ำตาลเล็กน้อย ทาที่หน้าตัวแป้งก่อนอบ
     5. นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส อบประมาณ 13-15 นาที หรือจนขนมสุก ดูได้จากก้นขนมและตัวแป้งข้างในขนม
 




ขนมอบ สโคนเชดดาร์ชีส ดูเพิ่มเติมคลิ๊กที่น่ี่ https://www.onearoon.com/

12
จัดฟัน fastbraces: การจัดฟัน ควรระมัดระวังพอสมควรอะไรบ้างและทำความสะอาดอย่างไร การจัดฟัน จัดให้ฟันมีระเบียบ ฟันใดเกเรต้องโดนจัดให้เรียบร้อย โดยลวดยึดฟัน ให้ความห่าง ความชิดเรียบร้อยสวยงาม ซึ่งจะมีความเจ็บพอสมควร ซึ่งเมื่อมีการจัดฟันแล้วต้องใช้ความระมัดระวังพอสมควรในการรับประทานอาหาร ทำความสะอาด และทำกิจกรรมใดๆที่ต้องเกี่ยวข้องกับฟัน เพราะการจัดฟันนั้น เป็นใช้ติดเครื่องมือ เป็นอีสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปติดตั้งในปากนั่นเอง จึงต้องดูแลเป็นพิเศษ

บางครั้งเครื่องมือนั้น หากไม่ระวังแล้ว จะสร้างการกระทบกระเทือนกับปากได้ อาทิ การขุด เสียดสี ระหว่างลวดจัดฟันไปกระทบกระพุ้งแก้ม ความเจ็บปวดของลวดดึงฟันเวลาเคี้ยวอาหาร การดูแลช่องปากจึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพื่อบรรเทา และรักษาไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น แล้วต้องรักษากันไปอีก โดยการดูแลฟันหลังการจัดฟันนั้น ต้องใช้ความระมัดระวัง และความใส่ใจในช่องปากพอสมควร เพื่อความสะอาดและการจัดฟันที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดหลังจากการจัดฟันสิ้นสุดลง ซึ่งการดูแลนั้นทำได้ง่ายๆ คือ ต้องใส่ใจกับฟันโดยการไปพบแพทย์เป็นประจำเพื่อเปลี่ยนยางยึดฟันอย่างสม่ำเสมอ ขูดหินปูนทำความสะอาดฟันให้สะอาดเป็นประจำ แปรงฟันอย่างถูกวิธี บ้วนปากหลังรับประทานอาหาร เคลือบฟลูออไรท์ ป้องกันฟันผุ และเคลือบร่องฟัน เพื่อสุขภาพฟันที่ดีมองไปทางไหน วัยรุ่นยุคใหม่ก็นิยมจัดฟันกันทั้งหญิงและชาย เพื่อความต้องการให้ฟันสวยดูดี สร้างความประทับใจขณะยิ้ม เพราะถ้าหากยิ้มแล้ว ฟันไม่สวยดูรกรุงรังไม่เป็นระเบียบ คงไม่ชวนมองน่าดูนักในปัจจุบัน หลายคนฟันบิดเบี้ยวเพียงเล็กน้อยก็ไปใช้บริการการจัดฟันเสียแล้ว เพราะนอกจากการจัดฟันจะทำให้ฟันเป็นระเบียบเมื่อถอดเหล็กจัดฟันออกแล้ว ในเวลาที่ใส่เหล็กจัดฟัน หลายคนยังดูน่ารักมากอีกด้วย เป็นอีกหนึ่งแฟชั่นที่กำลังฮิตในหมู่วัยรุ่นปัจจุบัน

การจัดฟันจำเป็นสำหรับคนที่มีปัญหาในเรื่องของฟัน เพื่อสุขภาพของฟัน เหงือกและช่องปาก ในอนาคต เพราะหากมีฟันที่ผิดปกติ การเกิดปัญหาต่างๆตามมา ก็นับเป็นสิ่งอันตรายอย่างยิ่ง แต่ด้วยความสวยงามหลังจากการจัดฟัน และเป็นแฟชั่นยอดฮิตขณะจัดฟัน วัยรุ่นจึงมองเป็นเรื่องจำเป็นและเรื่องยอดฮิต ว่าคนจัดฟันนั้นจะดูน่ารัก จนบางคนนั้นไม่ยอมถอดเหล็กจัดฟันกันเลยทีเดียว หรือเกิดเป็นการชินชาที่มีเหล็กจัดฟันอยู่ในปาก จนไม่ยอมถอดออก แม้ว่าครบกำหนดแล้วแต่ถ้าหากใครไม่ได้มีปัญหาเรื่องฟันมาก ในวัยรุ่น ก็ไม่จำเป็นที่ต้องจัดฟัน หากเป็นเพียงแฟชั่นยอดฮิตที่มาแล้วก็จบไป ก็เป็นเรื่องธรรมดา

ฟัน เป็น อวัยวะที่สำคัญ ใช้สำหรับบดเคี้ยวอาหาร เป็นอวัยวะที่ต้องรักษาความสะอาดให้สะอาดอยู่เสมอ เพราะหากไม่รักษาความสะอาดแล้ว อาจส่งผลให้เกิดกลิ่นปาก ช่องปากและเหงือก มีปัญหาตามมาได้อย่างแน่นอน และโรคที่เกิดขึ้นจากปัญหาของฟันก็มีอยู่อย่างมากมาย การรักษาฟันนับจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

เมื่อรักษาฟันให้สะอาดแล้ว การจัดระเบียบฟันให้มีความสวยงาม ก็เป็นสิ่งที่หลายคนที่ต้องการให้ฟันมีความสวยงาม รอยยิ้มสดใสดูดี ก็เป็นอีกสิ่งสำคัญ หลายคนก็นิยมจัดฟันอย่างมาก ดังนั้น เมื่อจะจัดฟัน ก็ควรดูแลรักษาฟันให้ดีเช่นเดียวกัน ก่อนจะได้ฟันสวยงาม ก็ต้องรักษาฟัน ก่อนที่จะผ่านกรรมวิธีการดูแลรักษาฟันขั้นตอนอื่นต่อไป




จัดฟัน fastbraces: การจัดฟัน ควรระมัดระวังพอสมควรอะไรบ้างและทำความสะอาดอย่างไร ดูเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://www.idolsmiledental.com/pj-categs/promotion/

13
เทคนิคเลือก จัดเลี้ยงนอกสถานที่ อย่างไรให้ถูกใจ งานบริการที่ปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบแน่นอนว่าผลดีคือทำให้มีการแข่งขันกันสูงก่อให้เกิดโปรโมชั่นและคุณภาพของสินค้าพร้อมบริการที่ดีขึ้น แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งก็เป็นความหนักใจของผู้จ้างเช่นกันว่าถ้าคิดจะจัดงานสักครั้งธุรกิจจัดเลี้ยงแบบไหนถึงจะเรียกว่ามีความเหมาะสมกับการจัดงานนั้นๆมากที่สุด และเพื่อให้การตัดสินใจดูมีแนวทางที่ชัดเจนมากขึ้น

ได้รวบรวมเอา 7 เทคนิคของวิธีเลือกและจัดการธุรกิจรับจัดเลี้ยงอย่างมืออาชีพ เพื่อที่จะได้catering ที่ดี พอใจทั้งผู้จัดงาน คนมาร่วมงานรวมถึงการมีไกด์ไลน์ที่ชัดเจนก็ยังทำให้ catering เองทำงานได้ง่ายและสะดวกมากขึ้นอีกด้วย ดังนั้นสิ่งสำคัญต่อไปนี้ก่อนเลือกใช้ธุรกิจรับจัดเลี้ยงใดๆควรพิจารณาให้เหมาะสมกันไปทีละประเด็น

1. แขกผู้มาร่วมงาน ธุรกิจจัดเลี้ยง
เป็นสมมุติฐานข้อแรกที่สำคัญมาก คำว่าแขกผู้มาร่วมงานนอกจากปริมาณแล้วก็ต้องคำนวณได้ด้วยว่า ในบรรดาแขกเหล่านี้มีแขกสำคัญเท่าไหร่ เป็นผู้หลักผู้ใหญ่เท่าไหร่ ทั้งนี้เพื่อจะได้กำหนดรูปแบบของการจัดวางโต๊ะ เก้าอี้ รวมถึงบางเมนูที่อาจต้องมีสั่งพิเศษ เรื่องนี้เป็นประเด็นที่สำคัญมาก เพราะหมายถึงหน้าตาของผู้จัดงานที่จะถูกกล่าวถึงไปอีกนานแสนนานเลยทีเดียว

2. ธีมของงาน
แต่ละการจัดงานจะมีธีมงานของตัวเอง โดยเฉพาะกับงานแต่งที่ดูเหมือนว่าจะหลากหลายแนวทางเลิศหรู อลังการ หรือว่าเรียบง่าย หรือจะเป็นแนวแฟนตาซี ทั้งนี้อาจรวมถึงงานวันเกิด งานเลี้ยงฉลองต่างๆ ที่ควรกำหนดธีมงานให้ชัดเจน เพื่อที่จะได้เลือกเมนูอาหารที่มีความสอดคล้องกันเพื่อเสริมบรรยากาศให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงการจัดธีมที่ดีก็สามารถหาร้านที่มีความเหมาะสมได้ง่ายอีกด้วย

3. สอบถามคนที่เคยใช้บริการร้านมาแล้ว
แน่นอนว่าการจัดงานคือการลงทุนในรูปแบบหนึ่งก็ย่อมมุ่งหวังสิ่งที่ดีหลังการจัดงาน ดังนั้นการหาความมั่นใจที่ง่ายที่สุดคือสอบถามจากคนที่เคยใช้บริการของธุรกิจจัดเลี้ยงนั้นๆว่าเป็นอย่างไร ดีและมีข้อเสียอย่างไรบ้าง สิ่งที่ควรมีในคำถามก็คือวิธีบริการ การเอาใจใส่ลูกค้า รสชาติของอาหาร ปริมาณอาหาร รวมถึงความสะอาด ที่สำคัญคือเรื่องราคาเพื่อจะได้ต่อรองกับธุรกิจจัดเลี้ยงนั้นๆได้ด้วย


เทคนิคเลือก จัดเลี้ยงนอกสถานที่ อย่างไรให้ถูกใจ  ดูเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ http://snss.co.th/dt_post/catering-service/

14
ภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยวิกฤตที่ต้องให้ อาหารสายยาง ผู้ป่วยวิกฤต เป็นผู้ป่วยท้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีภาวะเสี่ยงที่จะเสียชีวิตหรือการทำงานของระบบร่างกายอาจจะล้มเหลวได้ จึงมีความจำเป็นจะต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

สำหรับการดูแลผู้ป่วยวิกฤตทั่วไป เราต้องระมัดระวังในทุกเรื่องอยู่แล้ว จะต้องมีการเตรียมความพร้อมเพื่อทำการรักษาหรือหัตการอยู่ตลอด เช่นผู้ป่วยที่ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ เป็นต้น ผู้ป่วยวิกฤตมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนหรือภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย เนื่องจากร่างกายที่มีความผิดปกติ หรือบางรายอาจจะส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆภายในร่างกาย ให้กระบวนการต่างๆทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยวิกฤตที่ต้องให้อาหารทางสายยาง ที่อาจจะมีการทำงานของระบบย่อยอาหารที่ผิดปกติ หรือระบบย่อยอาหารที่อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นรางกายของผู้ป่วยมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน เนื่องจากได้รับสารอาหารด้วยวิธีการที่ไม่ปกติ คือต้องให้อาหารทางสายยางนั่นเอง

ซึ่งการให้อาหารทางสายยาง เป็นการให้อาหารสำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานอาหารเองได้ จึงจำเป็นต้องให้อาหารทางสายยยาง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยเกิดภาวะขาดสารอาหาร ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระมัดระวัง เพราะจะทำให้เกิดอันตรายหรือปัญหาอื่นๆตามมา เช่น อาจจะทำให้ส่งผลต่อการทำงานของระบบย่อยอาหาร รวมไปถึงระบบขับถ่ายของผู้ป่วยที่ าจจะทำให้เกิดการทำงานที่ผิดปกติได้ เช่นเดียวกันกับผู้ป่วยวิกฤตที่ต้องให้อาหารทางสายยาง เนืาองจากภาวะการเจ็บป่วย หรือผู้ป่วยที่อาจจะหมดสติ ไม่รู้สึกตัว ละไม่สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ ก็ต้องได้รับการดูแลในเรื่องของการรับประทานอาหาร เพราะถ้าหากผู้ป่วยไม่ได้รับอาหาร น้ำ หรือยา อาจจะทำให้เกิดอันตายถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้นภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นได้กับผู้ป่วยวิกฤตก็คือ ภาวะการขาดสารอาหาร หรือร่วมไปถึงทำให้ร่างกายเกิดอาการอ่อนเพลีย ส่งผลไปถึงกล้ามเนื้อของผู้ป่วย เมื่อผู้ป่วยวิกฤต ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกาย หรือและไม่ได้รับสารอาหารที่จะไปบำรุงร่างกาย อาจจะทำให้ผู้ป่วยได้รับอันตรายเกี่ยวกัยระบบกล้ามเนื้อ สำหรับการดูแลผู้ป่วยภาวะวิกฤตทั่วไป เป็นการดูแลผู้ที่มีมีภาวะล้มเหลวหรือเสี่ยงต่อการล้มเหลวของการทำงานของอวัยวะสำคัญของร่างกาย เช่นระบบหายใจ ระบบไหลเวียนโลหิต โดยภาวะเหล่านี้ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้อย่างรุนแรง และรวดเร็ว เป็นสิ่งที่คุกคามต่อความปลอดภัยของชีวิต มีการเปลี่ยนแปลงทางร่ายกายอย่างรวดเร็ว หากละเลยผู้ป่วยอาจจจะได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตได้


ภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยวิกฤตที่ต้องให้ อาหารสายยาง ผู้ป่วยวิกฤต เป็นผู้ป่วยท้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีภาวะเสี่ยงที่จะเสียชีวิตหรือการทำงานของระบบร่างกายอาจจะล้มเหลวได้ จึงมีความจำเป็นจะต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

สำหรับการดูแลผู้ป่วยวิกฤตทั่วไป เราต้องระมัดระวังในทุกเรื่องอยู่แล้ว จะต้องมีการเตรียมความพร้อมเพื่อทำการรักษาหรือหัตการอยู่ตลอด เช่นผู้ป่วยที่ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ เป็นต้น ผู้ป่วยวิกฤตมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนหรือภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย เนื่องจากร่างกายที่มีความผิดปกติ หรือบางรายอาจจะส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆภายในร่างกาย ให้กระบวนการต่างๆทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยวิกฤตที่ต้องให้อาหารทางสายยาง ที่อาจจะมีการทำงานของระบบย่อยอาหารที่ผิดปกติ หรือระบบย่อยอาหารที่อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นรางกายของผู้ป่วยมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน เนื่องจากได้รับสารอาหารด้วยวิธีการที่ไม่ปกติ คือต้องให้อาหารทางสายยางนั่นเอง

ซึ่งการให้อาหารทางสายยาง เป็นการให้อาหารสำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานอาหารเองได้ จึงจำเป็นต้องให้อาหารทางสายยยาง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยเกิดภาวะขาดสารอาหาร ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระมัดระวัง เพราะจะทำให้เกิดอันตรายหรือปัญหาอื่นๆตามมา เช่น อาจจะทำให้ส่งผลต่อการทำงานของระบบย่อยอาหาร รวมไปถึงระบบขับถ่ายของผู้ป่วยที่ าจจะทำให้เกิดการทำงานที่ผิดปกติได้ เช่นเดียวกันกับผู้ป่วยวิกฤตที่ต้องให้อาหารทางสายยาง เนืาองจากภาวะการเจ็บป่วย หรือผู้ป่วยที่อาจจะหมดสติ ไม่รู้สึกตัว ละไม่สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ ก็ต้องได้รับการดูแลในเรื่องของการรับประทานอาหาร เพราะถ้าหากผู้ป่วยไม่ได้รับอาหาร น้ำ หรือยา อาจจะทำให้เกิดอันตายถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้นภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นได้กับผู้ป่วยวิกฤตก็คือ ภาวะการขาดสารอาหาร หรือร่วมไปถึงทำให้ร่างกายเกิดอาการอ่อนเพลีย ส่งผลไปถึงกล้ามเนื้อของผู้ป่วย เมื่อผู้ป่วยวิกฤต ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกาย หรือและไม่ได้รับสารอาหารที่จะไปบำรุงร่างกาย อาจจะทำให้ผู้ป่วยได้รับอันตรายเกี่ยวกัยระบบกล้ามเนื้อ สำหรับการดูแลผู้ป่วยภาวะวิกฤตทั่วไป เป็นการดูแลผู้ที่มีมีภาวะล้มเหลวหรือเสี่ยงต่อการล้มเหลวของการทำงานของอวัยวะสำคัญของร่างกาย เช่นระบบหายใจ ระบบไหลเวียนโลหิต โดยภาวะเหล่านี้ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้อย่างรุนแรง และรวดเร็ว เป็นสิ่งที่คุกคามต่อความปลอดภัยของชีวิต มีการเปลี่ยนแปลงทางร่ายกายอย่างรวดเร็ว หากละเลยผู้ป่วยอาจจจะได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

ภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยวิกฤตที่ต้องให้ อาหารสายยาง ดูเพิิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://thetastefood.com/อาหารสายยาง/

15
ข้อคิดในการวางแผนก่อนตัดสินใจเลือกซื้อบ้านคอนโด

สำหรับหลายๆ คนใฝ่ฝันอยากจะเป็นเจ้าของบ้านหรือคอนโดสักหลัง แต่เนื่องจากบ้านและคอนโดในปัจจุบันถือเป็นทรัพย์สินที่มีราคาสูง ดังนั้นก่อนที่จะซื้อบ้านหรือคอนโดฯ ผู้ซื้อจึงต้องมีการหาข้อมูล และตรวจสอบรายละเอียด และทำความเข้าใจกับกฎหมายทางด้านอสังหาริมทรัพย์ให้เข้าใจ เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจนำไปสู่การเสียเงิน เสียเวลาในภายหลัง ต่อไปนี้เป็นข้อคิดในการวางแผนก่อนตัดสินใจเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ บ้าน, คอนโดฯ, ทาวน์เฮาส์, โฮมออฟฟิศ เป็นต้น

1.สำรวจความต้องการของตนเอง
ในการเลือกซื้ออสังหาฯ ผู้ซื้อจะต้องกำหนดความต้องการของตนเองว่ามีบ้านในฝันแบบไหน เช่น บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียม ซึ่งในแต่ละประเภทก็มีความแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการตกแต่งบ้าน ราคา รูปแบบ และเนื้อที่ใช้สอย

2. การตั้งงบประมาณ-ซื้อตามกำลังทรัพย์
การเลือกบ้านที่เหมาะสมควรเป็นไปตามกำลังความสามารถในการผ่อนชำระ ไม่ควรซื้อบ้านราคาสูงเกินกำลัง เพราะแทนที่จะมีชีวิตสุขสบายกับบ้านหลังใหม่ สามารถแบกรับภาระหนี้ในการผ่อนชำระต่อไปในอนาคตอีกนับสิบๆ ปี เพราะปกติเมื่อเราทำงานได้ตามเกณฑ์ทั่วไปที่ธนาคารกำหนด คือทำงานต่อเนื่องมาเป็นเวลา 2  ปี ก็สามารถกู้ซื้อบ้านได้แล้ว หากซื้อบ้านที่มีราคาสูงเกินความสามารถก็จะกลายเป็นทุกข์เพราะเหน็ดเหนื่อยกับการตั้งหน้าตั้งตาหาเงินมาผ่อนชำระค่าบ้าน จนไม่มีเวลาได้พักผ่อนหรือใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนั้น โดยทั่วไป ค่าผ่อนบ้านในอัตราที่เหมาะสม คือ 25% ของรายได้ และมากสุด ไม่ควรเกิน 35% เพราะจะทำให้ภาระหนี้ตึงมือ จนทำให้บ้านหลุดมือไปได้

3.การพิจารณาทำเลที่ตั้งโครงการ
หลังจากที่ผู้ซื้อประเมินกำลังเงินของตัวเองอย่างถี่ถ้วนแล้วว่า รายได้ของครอบครัวเหมาะสมที่จะซื้อที่อยู่อาศัยในประเภทไหนที่จะกู้เงินกับธนาคารหรือสถาบันการเงินได้ และสามารถผ่อนส่งได้โดยไม่เดือดร้อน สิ่งแรกที่ผู้ซื้อจะต้องปฏิบัติคือ การหาข้อมูลเบื้องต้นของบ้านที่ต้องการซื้อ โดยยึดเอาทำเลที่ตั้งที่สมาชิกในครอบครัวสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกที่สุด มาเป็นข้อพิจารณาอันดับแรกได้แก่ การเดินทางไปสถานที่ทำงาน หรือสถานศึกษาของสมาชิกในครอบครัว ระบบโครงข่ายคมนาคมที่มีระบบขนส่งรองรับ ทำให้การเดินทางเพื่อปฏิบัติภารกิจประจำวันสะดวกรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งการเลือกทำเลที่ตั้งของบ้านจะพิจารณาจากความเหมาะสมกับความต้องการและวิถีชีวิตของคนในครอบครัวเป็นหลัก

4.เลือกโครงการและราคาที่เหมาะสม
เมื่อผู้ซื้อได้ทำเลที่ต้องการแล้ว ในแต่ละทำเลจะมีโครงการที่ให้ผู้ซื้อเลือกอย่างมากมายทั้งโครงการขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก สิ่งที่จะต้องพิจารณาในขั้นตอนต่อไป คือการพิจารณาเลือกโครงการและราคาที่เหมาะสม สำหรับโครงการที่ดีนั้นควรจะมีสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่ครบถ้วน เช่น ถนน ท่อระบายน้ำ ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายการจัดสรรที่ดินกำหนดหรือไม่ สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ เช่น สระว่ายน้ำ สวนสาธารณะ หรือสปอร์ต คลับ มีตรงตามความต้องการของผู้ซื้อหรือไม่ ในบริเวณใกล้เคียงโครงการมีโรงเรียน โรงพยาบาล หรือศูนย์การค้าหรือไม่ รวมถึง สภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกโครงการ เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของสมาชิกในครอบครัวหรือไม่

ข้อคิดในการวางแผนก่อนตัดสินใจเลือกซื้อบ้านคอนโด ดูเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ http://www.บ้านคอนโด.cc

หน้า: [1] 2 3 ... 5